Loading...

“ชุมนุมปาฐกถาและโต้วาที ธรรมศาสตร์” คว้ารองแชมป์โต้วาทีอุดมศึกษา ครั้งที่ 23

ชุมนุมปาฐกถาและโต้วาที มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขันโต้วาทีอุดมศึกษา ครั้งที่ 23 เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงออกทางความคิดอย่างอิสระบนเวทีศาสตร์แห่งการใช้วาทศิลป์ระดับประเทศ

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2561

          การแข่งขันโต้วาทีอุดมศึกษา ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 23 จัดโดยกลุ่มอุดมศึกษาวาทศิลป์ ดำเนินการจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เป็นเวทีแห่งศาสตร์การใช้วาทศิลป์ และศาสตร์แห่งการใช้เหตุผลในการโต้ตอบด้วยไหวพริบอันเฉียบแหลม โดยรอบชิงชนะเลิศในปีนี้ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันในรอบต่างๆ ได้หมุนเวียนกันจัดในหลายมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมแข่งขัน เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น โดยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1

          โดยในปีนี้ ทางชุมนุมปาฐกถาและโต้วาที มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ส่งนักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วย นางสาวธันยมัย ชูอิฐจีน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ นายปวรุตม์ องค์พัฒนกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะนิติศาสตร์ นายวันเทพ นาคทิพย์พิมาน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะรัฐศาสตร์ นายกิตติพงศ์ สุคนธปฏิภาค นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะรัฐศาสตร์ นางสาวนนทนันทน์ วรรณแมน นักศึกษาชั้นปีที่ 1  จากคณะนิติศาสตร์ และนายพจนสิทธิ์ กิตติธรสมบัติ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะรัฐศาสตร์ (BMIR) ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฝ่ายค้าน) พบกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายเสนอ) ในญัตติ “โสเภณีถูกกฎหมายเป็นภัยต่อสังคมมากกว่าส่งเสริม”

          แน่นอนว่าเมื่อทราบญัตติแล้ว แต่ละทีมได้ลงมือทำการบ้านกันอย่างหนักก่อนที่จะถึงวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ นางสาวธันยมัย ชูอิฐจีน หรือ น้องออมสิน สมาชิกในทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล่าว่า รอบชิงชนะเลิศทีมของเราได้พบกับทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้สมาชิกในทีมต้องทำการบ้านกันหนักมาก และด้วยความที่ญัตติในการแข่งขันค่อนข้างละเอียดอ่อน ทำให้ต้องหาข้อมูลกันจากทุกที่ที่สามารถหาได้ ทั้งจากหนังสือ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมถึงการซ้อมค้านการซ้อมพูดซึ่งได้มีการซ้อมกันอยู่ตลอดระยะเวลา 1 เดือนก่อนการแข่งขันรอบสุดท้าย

          แม้ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ทีมมหาวิทยาลัยจะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ปัญหาและอุปสรรคก็ยังคงมีอยู่เสมอ “น้องออมสิน” เล่าอีกว่า เรื่องเวลาและการนัดฝึกซ้อมเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นในทีม โดยก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ตรงกับช่วงสอบมิดเทอมของมหาวิทยาลัย ทำให้ต้องจัดตารางเวลาในการฝึกซ้อมกันยกใหญ่ เพราะสอบมิดเทอมก็สำคัญ และการแข่งขันกว่าจะผ่านมาถึงรอบนี้ก็ทิ้งไม่ได้ ซึ่งสมาชิกในทีมมีทั้งเพื่อนจากศูนย์รังสิตและท่าพระจันทร์ ทำให้เราต้องผลัดกันเดินทางมาซ้อมทั้งศูนย์รังสิต และท่าพระจันทร์บ้าง ลำบากเดินทางไกลฝ่ายเดียว และก็ช่วยกันจนผ่านช่วงนั้นมาได้สำเร็จ

          “เรามากันไกลเกินความฝันของพวกเรามากๆ ไม่คิดว่าทีมของเราจะเข้ารอบมาได้ไกลขนาดนี้ เพราะรอบก่อนหน้าเราได้เจอกับคู่แข่งที่ยาก และมีชื่อเสียงด้านการโต้วาทีมาทุกรอบ ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุก และล้ำค่าสำหรับพวกเรามาก”

          การโต้วาทีไม่ใช่แค่การเถียงเพื่อการเอาชนะ แต่สอนให้ “พูดเป็น คิดเป็น” ทำให้รู้จักการใช้วาทศิลป์ในการพูด สอนให้รู้จักการคิด การวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งทุกเวลาทุกวินาทีบนเวทีนั้นมีค่ามาก ก่อนพูดออกไปต้องผ่านการคิด การไตร่ตรองที่ดี เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคู่แข่งจะค้านประเด็นใด หรือจะนำเสนอประเด็นใด มันสอนให้พวกเรารู้จักความอดทนตลอดเวลาหลายเดือนที่ซ้อมกันอย่างหนัก และทำให้พวกเรารู้ว่า... “ชัยชนะ ไม่จำเป็นต้องเป็นถ้วยรางวัล หรือรางวัลชนะเลิศเสมอไป แต่คือการที่พวกเราสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคและเอาชนะใจตัวเองต่างหาก” น้องออมสิน กล่าวทิ้งท้าย

          ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันโต้วาทีอุดมศึกษา ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาทั้งสิ้น 9 ครั้ง จากการแข่งขันทั้งหมด 22 ครั้ง ซึ่งการเข้ารอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ เป็นการเข้ารอบชิงชนะเลิศในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 แต่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่านักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เริ่มกลับมาให้ความสำคัญและมีผลงานในด้านการโต้วาทีอีกครั้ง