Loading...

ศูนย์วิจัยยาฯ ธรรมศาสตร์ จับมือ 9 บริษัทเอกชน ร่วมต่อยอดงานนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์

ศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมมือกับ 9 บริษัทเอกชน ศึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาต่อยอดงานนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2561

         มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลักดันการพัฒนางานวิจัย ร่วมมือกับบริษัทเอกชนต่าง ๆ มาโดยตลอด เพื่อนำผลงานวิจัยไปสู่อุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ และเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดย ศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับบริษัทเอกชน จำนวน 9 บริษัท ได้แก่ บริษัท อิมเพรส-ไรซ์ จำกัด บริษัท ออล อินโนเวชั่น โปรดักส์ จำกัด บริษัท สภัส ครีเอชั่น จำกัด บริษัท พรีม่า เดลี่ ฟู้ดส์ จำกัด บริษัท อินโนคอสเมท จำกัด บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด บริษัท ธนกร459 จำกัด บริษัท บิ๊กเฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ดีฟอร์บิวตี้เทคโนโลยี จำกัด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินงานการศึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาต่อยอดงานนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรมเชิงพาณิชย์ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ รวมทั้งการจัดฝึกอบรม และสัมมนา ระหว่างบุคลากรของทั้งสองฝ่าย  โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ยงยุทธ วัชรดุลย์ (ราชบัณฑิต) ประธานคณะกรรมการสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา แห่งราชบัณฑิตยสภา ประธานเครือข่ายสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และประธานมูลนิธิสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นประธานในพิธี

          ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ยงยุทธ วัชรดุลย์ (ราชบัณฑิต) กล่าวว่า การร่วมมือกันระหว่างรัฐกับเอกชนถือเป็นเรื่องสำคัญ และขอให้ยึดมั่นเรื่องการหาความจริงที่ได้มาจากการวิจัย ซึ่งต้องใช้วิธีวิทยาศาสตร์เพื่อให้ทราบว่าสิ่งใดเป็นความจริง และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เพราะฉะนั้นงานวิจัยใด ถ้าเราได้ร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัททั้ง 9 บริษัท ที่ได้ร่วมมือพัฒนางานวิจัย ก็จะทำให้เกิดความเจริญของบ้านเมือง

          ด้าน รศ.ดร.เภสัชกรหญิง ปลื้มจิตต์  โรจนพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยยาฯ ได้ก่อกำเนิดจากงบประมาณโครงการเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Development Policy Loan, DPL) ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้ให้ความอนุเคราะห์สถานที่และบุคลากร มีพันธกิจหลักคือ การวิจัยค้นคว้าและพัฒนายา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มุ่งสู่ยุคนวัตกรรมนำไทย ประเทศไทย 4.0 เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญและความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน

          ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายประชารัฐ ในการพัฒนาการวิจัยสู่นวัตกรรม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการทำวิจัยมุ่งสู่นวัตกรรมที่เป็นความต้องการของสังคม ให้สู่อุตสาหกรรม และสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งมหาวิทยาลัยมีนโยบายสอดคล้องกับภาครัฐสนับสนุนให้ทำความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในมหาวิทยาลัยในความร่วมมือการวิจัยกับภาคเอกชนให้มากขึ้น รศ.ดร.เภสัชกรหญิง ปลื้มจิตต์ กล่าว

          ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมมือกับ 9 บริษัทเอกชนทั้งในด้านสินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภค รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น นวัตกรรมด้านสารสกัดจากผลไม้ทุเรียน (ผล เปลือก และดอก) จากบริษัท ดีฟอร์บิวตี้เทคโนโลยี จำกัด และนวัตกรรมของเทคโนโลยีไมโครแคปซูลร่วมกับสารสกัดและสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในระดับอุตสาหกรรม จากบริษัท แอดวาเทค จำกัด เป็นต้น

          คุณมนตรี อิฐวรากร กรรมการบริษัท พรีม่า เดลี่ ฟู้ดส์ จำกัด และบริษัท อินโนคอสเมท จำกัด หนึ่งในผู้ร่วมลงนามความร่วมมือกล่าวว่า ทั้ง 9 บริษัท มีวัตถุประสงค์ที่จะค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ และต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็น Innovation และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีทีมงาน นักวิจัยที่เก่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีอย่างมีนัยยะสำคัญ และหวังว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยผลักดันโปรเจกต์ดังกล่าวให้เป็นโปรเจกต์ใหญที่ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต

          มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักวิจัย  บุคลากร สถานที่ และเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือกันระหว่างศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา และบริษัทเอกชนทั้ง 9 บริษัท มีการพัฒนางานวิจัยได้อย่างหลากหลาย เพื่อผลักงานวิจัยเหล่านั้นดันสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป