Loading...

เรียนรอบโลก รู้ปัญหารอบด้าน เฟ้นหาประสบการณ์ที่แตกต่าง โจทย์ใหม่ของนักศึกษาในศตวรรษที่ 21

เปิดมุมมองแนวคิดกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับการเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปเรียน ณ ต่างประเทศ และการนำประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2561

          ในยุคโลกแห่งการเดินทางที่รวดเร็ว ยุคที่ข้อมูลข่าวสารแปรเปลี่ยนได้ในชั่วพริบตา ยุคที่การติดต่อสื่อสารข้ามประเทศทำได้โดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัสในเสี้ยววินาที ยุคที่พรหมแดนของแต่ละประเทศถูกทำลายด้วยอินเทอร์เน็ต ยุคที่ปัญหาของประเทศจากอีกฟากหนึ่งของโลก จะมามีผลกระทบโดยตรงกับเรา ดังนั้นการเรียนรู้เพียงแค่ปัญหาในประเทศหรือการมีเพียงประสบการณ์เดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ อาจไม่เพียงพอกับการใช้แก้ไขปัญหาและอาจไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพได้ในอนาคต รูปแบบของการศึกษาตลอด 4 ปี ในมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถตอบโจทย์อีกต่อไป และต้องเพิ่มพูนประสบการณ์ ใน 4 ปี ด้วยการไปหามุมมองใหม่ๆ ให้การเรียนมีประสิทธิภาพสูงสุด

“การแก้ปัญหาแบบคนฝรั่งเศส ไม่เหมือนการแก้ปัญหาแบบคนไทย”

          โซวานน่า ฮิม นักศึกษาจากสถาบันรัฐศาสตร์แห่งเมืองลีล (Sciences Po Lille) ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การที่ชั้นเรียนของ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนักศึกษาจากหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ไทย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอื่นๆ บรรยากาศในการเรียนจึงมีความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและความคิด ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เช่น แนวทางการแก้ปัญหาแบบคนฝรั่งเศสจะทำอย่างไรก็ได้ให้แก้ปัญหานั้นได้เร็วที่สุด แต่แนวทางการแก้ปัญหาของคนไทยมักจะหาแนวทางการแก้ไขที่มากกว่า 1 วิธี เพื่อให้มีทางเลือกและมักใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เสมอ และสิ่งสำคัญที่ได้รู้จากการเรียนที่นี่คือ แนวทางการแก้ปัญหาแบบหนึ่ง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดียวกันได้ทุกที่ แนวทางการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพในฝรั่งเศส อาจไม่เป็นแนวทางที่ดีในประเทศไทยหรือที่อื่น

          โซวานน่า กล่าวต่อว่า รู้สึกประหลาดใจกับการเรียนที่ประเทศไทยมาก หลังจากพบว่าที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความแตกต่างจากที่การเรียนการสอนที่ฝรั่งเศสอย่างสิ้นเชิง เพราะที่ฝรั่งเศสจะเรียนจากการบรรยายของอาจารย์และมีการอภิปรายกลุ่มในหัวข้อสถานการณ์ทั่วไป ในขณะที่รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์จะสอนโดยการถามตั้งคำถาม เพื่อให้นักศึกษาได้ลองเสนอความคิดเห็นส่วนตัว เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงและอภิปรายกันอย่างอิสระ ผ่านกรณีศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก ซึ่งบางกรณีเป็นสถานการณ์ที่มีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน จึงจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอ การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเรียน เช่นการอ่านหนังสือและศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมนอกบทเรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

“ที่ญี่ปุ่น ไม่มีการสอนเรื่องการจัดการภัยพิบัติ”

          อาลิสา มัตสึกิโยะ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนานาชาติอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า อย่างที่รู้กันว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พบเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ชาวญี่ปุ่นจึงได้รับการฝึกซ้อมเพื่ออพยพและเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดภัยพิบัติตั้งแต่เด็ก แต่การศึกษาด้านการจัดการภัยพิบัติอย่างจริงจัง ไม่มีสอนในระดับปริญญาตรี เพราะจะเน้นสอนในระดับผู้นำประเทศเท่านั้น ดังนั้นส่วนสำคัญหนึ่งในการเลือกมาเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเป็นความต้องการหาความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติอย่างมืออาชีพ และเชื่อว่าสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างแน่นอน เพราะอาจารย์ผู้สอนมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและบริหารภัยพิบัติ รวมถึงรู้จักภัยพิบัติในญี่ปุ่นเป็นอย่างดี

“เราไม่ได้ไปเรียนแค่ในห้องเรียน แต่เราไปเรียนรู้ในทุกย่างก้าวของการดำเนินชีวิต”

          นายพัสกร เรืองคณิตกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากการได้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศแคนาดา อย่างโรงเรียนบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแคลการี (Haskayne School of Business, University of Calgary) ประเทศแคนาดา พบว่าวิชาที่ได้ไปเรียนมีความคล้ายคลึงกับที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิ่งที่แตกต่างจึงไม่ใช่ความรู้จากในห้องเรียน หากแต่เป็นประสบการณ์ที่ได้รับจากการดำเนินชีวิตประจำวันในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทัศนคติกับเพื่อนจากหลากหลายชาติ เป็นการเปิดกว้างทางความคิดให้ออกจากกรอบเดิม รวมถึงได้พัฒนาให้ตนเองมีความเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากขึ้น ทักษะภาษาอังกฤษทั้งในด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน นั้นมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด

          การเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนและได้ไปเรียน ณ ต่างประเทศ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปีการศึกษา แต่สิ่งที่ได้รับนั้นนับเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า เป็นการเปิดกว้างโลกทัศน์ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่าง สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้ ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของประสบการณ์เหล่านี้ ในการสร้างบัณฑิตเพื่อเป็นผู้นำยุคใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชื่อดังมากกว่า 270 แห่งทั่วโลก ในการส่งเสริมโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยน เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้ไปเรียนแลกเปลี่ยน ณ ต่างประเทศ รวมถึงต้อนรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศสามารถเข้ามาศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เช่นกัน