Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อุบัติเหตุทางถนน อันตรายในช่วงเทศกาล แนะวิธีการรับมือเพื่อลดความสูญเสีย

อุบัติเหตุทางถนน อันตรายในช่วงเทศกาล แนะวิธีการรับมือเพื่อลดความสูญเสีย

Academic Corner 16 ธ.ค. 2567
Home » อุบัติเหตุทางถนน อันตรายในช่วงเทศกาล แนะวิธีการรับมือเพื่อลดความสูญเสีย

วันหยุดเทศกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นอีกช่วงเวลานี้ท้องถนนมักเกิดอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสีย แล้วเราจะรับมือเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างไรได้บ้าง

     วันหยุดเทศกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ แน่นอนว่าเป็นช่วงของการเฉลิมฉลอง ที่บางคนมีการเดินทางไปท่องเที่ยว บ้างก็กลับภูมิลำเนา จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงเวลานี้ท้องถนนมักเกิดอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียต่อร่างกายหรือทรัพย์สิน แล้วเราจะรับมือเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างไรได้บ้าง

     พูดคุยกับ รศ. นพ.อมรพล กันเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงสาเหตุและการรับมือเพื่อลดความสูญเสีย จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในช่วงเทศกาล เพื่อให้เราเกิดความระมัดระวังในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล

     รศ.นพ.อมรพล อธิบายว่า โดยทั่วไปมักมีอยู่ประมาณ 5 สาเหตุ คือ

   1. ความง่วง เกิดขึ้นบ่อยจากการอดนอนของผู้ขับขี่

   2. การดื่มสุรา ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยพบอุบัติการณ์ของการดื่มสุรา สำหรับรถจักรยานยนต์ สูงถึง 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ ของอุบัติเหตุทั้งหมดในช่วงเทศกาล

   3. ความประมาท จากการละเลย ไม่ยึดถือตามกฎระเบียบที่ตั้งเอาไว้ เช่น กฎจราจร

   4. การขาดการป้องกันตัวจากอุบัติเหตุ เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อค

   5. ความเผลอ ทำกิจกรรมอื่นระหว่างขับรถ เช่น การคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ

การรับมือกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อลดความสูญเสีย

     หากเป็นผู้ประสบเหตุ รศ.นพ.อมรพล กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการ ‘ตั้งสติ’ ทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามีการบาดเจ็บหรือไม่ สังเกตอาการของตนเองว่ามีอาการเจ็บคอ ปวดหลัง หรือมีอาการบริเวณสำคัญหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดความพิการในระยะยาวได้ หลังจากที่สังเกตตัวเองแล้ว ค่อยหันไปดูแลคนที่ประสบอุบัติเหตุร่วมกัน 

     “ถ้าเรามีสติ อยู่ในสถานที่ปิด อยู่ในรถยนต์ที่ปิด ก็ต้องหาทางออก ปลดเข็มขัดนิรภัย หาทางเปิดประตู หรือว่าทุบกระจกรถ เพื่อนำตัวเองออกมา ในกรณีที่มีอาการปวดคอ หรือปวดหลัง ให้อยู่กับที่ ไม่แนะนำให้ขยับตัว หรือเคลื่อนไหวเกินจำเป็น และที่สำคัญให้โทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือ 1669 หรือ 191”

     แต่ถ้าหากเราเจอผู้ประสบอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่อยากจะให้ทำคือดูสถานที่ก่อน ไม่แนะนำให้เข้าไปสถานที่เกิดเหตุทันที เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ย้ำว่าต้องติดต่อขอความช่วยเหลือก่อน เพื่อให้ทีมกู้ภัย หรือว่าตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญในสถานที่เกิดเหตุมากกว่า เข้ามาในสถานที่ แต่ถ้าเราพอจะเข้าไปได้ แนะนำให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนราบ ขยับตัวผู้ป่วยให้น้อยที่สุด อาจจะต้องทำการเปิดทางเดินหายใจในกรณีผู้ป่วยหายใจติดขัด เช่น การถอดหมวกกันน็อคให้หายใจได้ดีขึ้น

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง?

     สิ่งที่สามารถทำได้เบื้องต้นเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุคือ การห้ามเลือด โดยการกด ใช้ผ้าที่ไม่สกปรกมากนัก อย่างเสื้อผ้าของผู้ประสบเหตุ หรือผู้ช่วยเหลือ กดลงไปบนบาดแผลที่มีเลือดออก หากในกรณีที่มีความรุนแรงของการบาดเจ็บอวัยวะขาด อาจมีความจำเป็นจะต้องรัดเหนือตำแหน่งที่ขาดขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อทำการหยุดเลือด รัดด้วยวิธีการขันชะเนาะ ขันจนกว่าเลือดจะหยุดไหล ไม่ควรขันแน่นจนเกินไป

     รศ. นพ.อมรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่สถานที่เกิดเหตุอันตราย เช่น รถยนต์ที่บุบ ยุบ ไม่แนะนำให้พาผู้ป่วยออกมาด้วยตัวเอง ควรใช้ทีมที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะอาจจะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ ในกรณีที่ผู้ประสบเหตุอยู่ภายนอกรถ แนะนำให้ผู้ป่วยนอนราบ ลดการเคลื่อนไหวให้มากที่สุด เพราะการขยับตัวโดยไม่จำเป็นเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนและมีผลต่อความพิการในอนาคตได้

     กฎระเบียบของประเทศไทยถือว่าเป็นกฎที่ค่อนข้างแข็งแรง เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระดับแอลกอฮอล์ การควบคุมเรื่องของการคาดเข็มขัดนิรภัย การควบคุมเรื่องของ Air bag มีการควบคุมเรื่องของอุปกรณ์นิรภัยภายในรถยนต์ค่อนข้างแน่นหนา ที่ยังเกิดปัญหาเรื่องความสูญเสียจากอุบัติเหตุ จึงย้อนกลับมาที่จิตสำนึกของคนที่ใช้งาน เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกกันน็อค เมาแล้วขับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นต้นเหตุหลักสำคัญ

     “อยากฝากบอกทุกท่าน ในช่วงเทศกาลนี้ เพื่อลดความสูญเสียของอุบัติเหตุทางท้องถนน หากไม่คิดถึงตนเองที่กำลังขับอยู่ ก็ให้คิดถึงคนรอบข้าง หรือคนที่รอเราที่บ้าน น่าจะช่วยทำให้เราฉุกคิด ให้ระมัดระวังมากขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลครับ” รศ. นพ.อมรพล ทิ้งท้าย


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content