‘ธรรมศาสตร์’ พร้อมฮีลกายและใจ! เดินหน้าสร้างความสุขและสุขภาวะที่ดีแก่ชาว มธ.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะที่ดี เปิดศูนย์บริการให้คำปรึกษาทางใจครบวงจร และจับมือพาร์ทเนอร์เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางด้านสุขภาพแก่ประชาคมธรรมศาสตร์

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้คนต้องตั้งรับกับความเครียดและความกดดันมากขึ้น รวมไปถึงการแปรปรวนของสภาพแวดล้อมที่ทำให้เราต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่และมลภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อันส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้คน โดยเฉพาะวิกฤตทางสุขภาพจิตในเยาวชน จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต พบว่าเยาวชนไทยเครียดสูงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ซึมเศร้า 29 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงฆ่าตัวตาย 20 เปอร์เซ็นต์ และเสี่ยงทำร้ายตัวเอง 17 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาสุขภาพกายและใจจึงเป็นวิกฤตของสังคมที่ทุกภาคส่วนไม่ควรมองข้าม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของปัญหาดังกล่าว ภายใต้การนำของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี ได้มีการตั้งเป้าหมายผ่านแผนยุทธศาสตร์พัฒนามหาวิทยาลัย ในการผลักดันให้ธรรมศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสามารถสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ ให้ประชาคมธรรมศาสตร์มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย และความร่วมมือกับองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน

โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดศูนย์บริการด้านสุขภาพจิตแก่นักศึกษา TU well-being : Counseling center ณ อาคารกิจกรรมนักศึกษา B ชั้น 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เน้นให้บริการดูแลสุขภาพจิตใจผ่านการให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ปัจจุบันที่ศูนย์บริการฯ มีจำนวนบุคลากรที่สามารถรองรับการให้บริการนักศึกษาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยนักศึกษาสามารถเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ภายในครึ่งวัน ซึ่งสามารถประเมินให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำได้อย่างทันท่วงที
ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนให้กับประชาคมธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ปัจจุบันปัญหาเรื่องจิตใจมีความอ่อนไหวและซับซ้อนมากขึ้น การขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์จึงมีความจำเป็นและควรเป็นบริการขั้นพื้นฐานในรั้วมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พยายามผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด จนตอนนี้สามารถเปิดศูนย์บริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตที่พร้อมบริการนักศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ มีห้องที่เป็นมาตรฐาน สามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ
“สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเลขว่าเรามีนักจิตวิทยามากขนาดไหน แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำหน้าที่ของสถาบันการศึกษาในการสร้างความเข้มแข็งทางด้านจิตใจของนักศึกษา การทำให้จำนวนผู้ใช้บริการที่ศูนย์บริการฯ ลดน้อยลง จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์และจิตใจให้กับนักศึกษาได้อย่างยั่งยืน” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

ด้าน รศ. ดร.กิตติวัฒน์ จันทร์แจ่มใส รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปางและการนักศึกษา กล่าวว่า การเปิดศูนย์บริการด้านสุขภาพจิตแก่นักศึกษา เป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัย ที่ใส่ใจต่อคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของนักศึกษา ทั้งเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจในทุกมิติ
“ผมเชื่อมั่นว่าศูนย์แห่งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่สามารถเป็นที่ปรึกษา และสร้างพลังใจที่เข้มแข็งให้แก่นักศึกษาของเรา เพื่อพร้อมเผชิญกับการเรียนและการดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคงต่อไป” รศ. ดร.กิตติวัฒน์ กล่าวเน้นย้ำ
TU well-being: Counseling center เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ นักศึกษาสามารถจองคิวพบนักจิตวิทยา ผ่าน TU GREATS App ในบริการ ‘TU Well Being’ และรอการยืนยันนัดหมายทางโทรศัพท์ หรือ LINE OA จากเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาคมธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลพญาไท ในการมอบสิทธิประโยชน์สำหรับนักศึกษา บุคลากรและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพ โดยสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ประกอบไปด้วย
1. ส่วนลดค่ารักษาพยาบาลและการชำระค่ารักษาพยาบาลทั้งกรณี OPD และ IPD ทางโรงพยาบาลจะให้ส่วนลดสำหรับค่าห้อง 20%, ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน 15%, ค่ายา 15% ค่าทันตกรรม 10% (เฉพาะขูด, อุด, ถอน) ยกเว้น ค่าแพทย์ ค่าบริการจากภายนอก ค่ายาบางชนิด จัดฟัน ใส่ฟัน ทันตกรรมเด็กและรายการบางประเภทที่โรงพยาบาลหรือสถาบันกำหนด
2. TELRELAX (ปรึกษานักจิตวิทยา) ผ่านแอปพลิเคชัน Line OA TU Telecare 24 hr. ให้บริการ TELRELAX (ปรึกษานักจิตวิทยา) ปรึกษาทางด้านจิตเวชโดยนักจิตวิทยา ในอัตรา 750 บาท ต่อครั้งในระยะเวลา ไม่เกิน 30 นาที ให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. ผ่าน TU Telecare 24 hr. โดยต้องทำการนัดหมาย 1 วันก่อนเริ่มทำการบำบัด

3. Telemedicine (รักษาทางกาย) ผ่านแอปพลิเคชัน Line OA TU Telecare 24 hr. ตั้งแต่เวลา 00.00 – 24.00 น. ผ่าน TU Telecare 24 hr. ในอัตรา ดังนี้
– ค่าแพทย์ อัตราค่าบริการ 200 บาท/ท่าน
– ค่าบริการTelemedicine อัตราค่าบริการ 100 บาท/ท่าน
– ค่าบริการจัดส่งยา ไม่มีค่าใช้จ่าย
โรงพยาบาลตกลงเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันสุขภาพหรือผู้รับบริการ โดยโรงพยาบาล พิจารณาให้ส่วนลดค่ายา ตามข้อ 1 กับผู้รับบริการที่ใช้บริการ Telemedicine
และ 4. โปรแกรมตรวจสุขภาพนักศึกษาบุคลากรและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

เงื่อนไขการรับบริการ
1) แสดงบัตรนักศึกษาบุคลากรและศิษย์เก่าพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (ชำระเงินสดหรือบัตรเครดิต)
2) กรุณาลงทะเบียนจองตรวจสุขภาพล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เบอร์โทรศูนย์ตรวจสุขภาพ 1772 กด 1
3) ฟรี บริการรถรับ-ส่ง กรณีพนักงานตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป
4) ราคานี้สามารถเข้ารับบริการโรงพยาบาลในเครือพญาไทและเปาโลดังนี้
– โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
– โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
– โรงพยาบาลเปาโลรังสิต
– โรงพยาบาลเปาโลเกษตร
– โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย 4
– โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
ทั้งนี้ นักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2568 และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2569