สร้างนักกีฬา ต้องเริ่มจากฐานราก ไม่ใช่ปลายทาง มธ.เปิดวงเสวนา เล่าผ่านเลนส์ผู้อยู่เบื้องหลังนักกีฬาไทยไปแชมป์โลก

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานประชุมวิชาการด้านกีฬา การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 50 “ธรรมศาสตร์เกมส์ 2025” ถอดบทเรียนการบูรณาการศาสตร์กีฬาเพื่อคนทั้งมวล Sport Integration for All สร้างแรงบันดาลใจ จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันนักกีฬาไทยสู่ระดับโลก
ได้รับเกียรติจาก คุณกมลา ทองกร ประธานโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด โรงเรียนสอนแบดมินตันแถวหน้า ที่ปั้นแชมป์โลกอย่างวิว กุลวุฒิ และ เมย์ รัชนก นอกจากนี้ยังมี คุณไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กับประเด็นเรื่องการพัฒนาวงการกีฬาคนพิการและ คุณชนาธิป สรงกระสินธ์ นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย และศิษย์ปัจจุบันคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาร่วมพูดคุยกันในหัวข้อ “พลังที่ยิ่งใหญ่ สู่ชัยชนะของคนทั้งมวล”

เส้นทางนักกีฬาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
คุณชนาธิป เล่าผ่านมุมมองจากประสบการณ์ของตนว่า นักกีฬาเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ ในวัยเด็ก เราต้องซ้อม ถ้าเราไม่ซ้อมไม่มีทางเก่งแน่นอน ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ สุดท้ายถ้าไม่มีพรแสวง คุณก็จะโดนแซงในวันหนึ่ง

“สำหรับเราที่เป็นนักกีฬา ความรู้ด้านกีฬาก็ยังมีอยู่ สุดท้ายความรู้นี้แหละ จะสามารถเอาไปพัฒนาตัวเอง ปรับใช้ แล้วบอกน้อง ๆ รุ่นต่อไป ผมเลยอยากเรียน เพราะว่าความรู้เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอด ส่งต่อ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวงการกีฬาของบ้านเราได้ครับ”
เป้าหมายความสำเร็จกับวงการกีฬาไทย
คุณกมลา ทองกร ประธานโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด เล่าถึงเป้าหมายว่า ต้องการสร้างแชมป์โลกและแชมป์โอลิมปิก ซึ่งตอนนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่เราจะไม่หยุดคิด ไม่หยุดฝัน ยังคงหวังเหรียญทอง และไม่อยากได้แค่เหรียญเดียว อยากได้ทั้งประเภทหญิงและชาย และก็อยากได้ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่

“จริง ๆ แล้วความฝันของเราก็ยังไม่สิ้นสุด ก็ยังมีอะไรที่ยังต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเราได้แชมป์โลกในประเภทเดี่ยวแล้ว เราก็ยังมีสิ่งที่ยังอยากทำต่อก็คือประเภทคู่ ที่ประเทศไทยเรายังไม่เคยมีใครทำได้ อันนี้ก็เป็นการบ้าน เป็นความฝันที่ยังไม่สิ้นสุดของเรา”
ด้าน คุณไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าถึงเป้าหมายของวงการกีฬาคนพิการว่า พาราลิมปิกที่ผ่านมา สี่เหรียญทองเราทำได้แล้ว ครั้งต่อไปที่ LA เรามีเป้าหมายจะไปเอาเหรียญทอง ตอนนี้เริ่มลงมือทำ เริ่มวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเราคิดและลงมือทำ มันอาจจะมีล้มเหลวบ้าง ได้ผลบ้าง สำเร็จบ้าง แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ลงมืออย่างมุ่งมั่น มันก็จะนำไปสู่ความสำเร็จด้วยองค์ความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ครับ
การพัฒนานักกีฬา ปั้นอย่างไรให้เป็นแชมป์โลก?
สำหรับกีฬาคนพิการ คุณไมตรี เล่าว่า ที่ผ่านมาในช่วงหลายปี แผนในการพัฒนานักกีฬาเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ได้ค้นพบคือถ้าเราอยากได้ผลไม้ที่สวยงาม ได้ผลไม้ที่หอมหวาน อยู่ดี ๆ มันเกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องเริ่มตั้งแต่ฐาน เริ่มตั้งแต่เตรียมดิน เลือกเมล็ดพันธุ์มาปลูก มารดน้ำ มาพรวนดิน กว่าจะโตก็ใส่ปุ๋ย ซึ่งทุกอย่างขั้นตอนของการพัฒนากีฬามีค่าใช้จ่าย

“ตอนนี้วงการการกีฬาแห่งประเทศไทย อาจจะหนักแค่ในส่วนของปลาย นั่นคือการได้ผลมาแล้วต้นโตแล้ว ถึงจะมาใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน เราต้องบูรณาการร่วมกัน ถ้าเป็นไปได้อยากให้การกีฬาแห่งปะเทศไทยดูแลตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงความเป็นเลิศจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงศึกษา หน่วยงานของส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง”
ด้านวงการฟุตบอล คุณชนาธิป เล่าว่า สุดท้ายทำอะไรก็ต้องมีฐานรากที่แข็งแรง การสร้างนักกีฬา แน่นอนต้องมาจากความสามารถ จะสร้างได้ต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้นเราต้องพาตัวเองเข้าไปศึกษาในศาสตร์การกีฬานั้น ไม่ใช่แค่ในประเทศ เราต้องเรียนรู้จากทีมอื่น เพราะโลกภายนอกมันกว้างใหญ่มาก มีคนที่เก่งกว่าเราเยอะและหลากหลาย ถ้าเราอยากไปบอลโลกก็ต้องย้อนกลับมามองว่าฟุตบอลไทยลีคเราเป็นอย่างไร พื้นฐานเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนเราก็ต้องทำงานร่วมกัน
สถาบันการศึกษากับการมีส่วนร่วมพัฒนาวงการกีฬาไทย
ในเรื่องของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา คุณกมลา กล่าวว่า ศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามีความสำคัญอย่างมาก ก่อนน้องเมย์ รัชนก ได้แชมป์โลกปี 2012 ก็ถือว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาของเราดีในระดับหนึ่ง แต่ยังอยากให้เราศึกษาวิธีการต่าง ๆ จากต่างประเทศเพิ่มอีก อยากจะให้วิทยาศาสตร์การกีฬาของเราเริ่มทำตั้งแต่นักกีฬาในรุ่นเยาวชน ทำเป็น Step และอยากให้ในทุกมหาวิทยาลัย มีคณะหรือสาขาจิตวิทยาการกีฬาเพิ่มขึ้น ที่ในขณะนี้มีอยู่ไม่เพียงพอ
ด้านกีฬาคนพิการ คุณไมตรี กล่าวว่า อยากให้มหาวิทยาลัยลัยสนับสนุนรถวีลแชร์ แขน-ขาเทียม ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ และใช้องค์ความรู้คิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับคนพิการมากยิ่งขึ้น ซึ่งศาสตร์อย่างสหเวชศาสตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมพวกเรา เชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วมมือกัน

“สถาบันการศึกษาสำคัญมากต่อการผลิตบุคลากรที่มีความรู้เพื่อพัฒนาวงการกีฬา ศาสตร์ที่เขาเรียนมาตามทฤษฎี ต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง อะไรที่ทำแล้วดี เราก็มาบอกต่อเพื่อพัฒนาต่อไป การพัฒนาวงการกีฬาต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่าย และผมมองว่าองค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะเป็นรากฐานในการพัฒนานักกีฬาของเรา” คุณชนาธิป กล่าวทิ้งท้าย
สุดท้ายแล้วความร่วมมือ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จำทำให้วงการกีฬาไทย ก้าวไปได้ไกลถึงฝั่งฝัน ซึ่งในกีฬาหลายประเภทเราทำได้แล้ว ถึงแชมป์โลก ถึงโอลิมปิก แต่จะทำให้ความสำเร็จเหล่านี้ สืบทอด ส่งต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืนและเป็นรากฐานที่แข็งแรงได้อย่างไรนั้น ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมด้วย ช่วยกัน ผลักดันและพัฒนากีฬาไทยให้เข้มแข็งต่อไป

