Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ธรรมศาสตร์’ จัดประชุมวิชาการประเพณี 4 สถาบัน ครั้งที่ 25 ‘Sustainable Transformation’

‘ธรรมศาสตร์’ จัดประชุมวิชาการประเพณี 4 สถาบัน ครั้งที่ 25 ‘Sustainable Transformation’

Featured Stories 18 ก.ย. 2567
Home » ‘ธรรมศาสตร์’ จัดประชุมวิชาการประเพณี 4 สถาบัน ครั้งที่ 25 ‘Sustainable Transformation’

ประชุมวิชาการประเพณีธรรมศาสตร์-เกษตรศาสตร์-มหิดล-กองทัพเรือ ครั้งที่ 25 ในหัวข้อ Global Health, Environment and Security: A Path to Sustainable Transformation

     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการประเพณีธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มหิดล กองทัพเรือ ครั้งที่ 25 ในหัวข้อเรื่อง Global Health, Environment and Security: A Path to “Sustainable Transformation” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 ณ ห้อง Concert Hall อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อให้เกิดความร่วมมือในกิจกรรมด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนบุคลากร สารสนเทศ และผลงานทางวิชาการในสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ งานประชุมวิชาการประเพณีฯ ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา

     ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การประชุมวิชาการประเพณีฯ ในครั้งนี้ ทั้ง 4 สถาบันเห็นสมควรให้จัดการประชุม หัวข้อเรื่อง Global Health, Environment and Security: A Path to “Sustainable Transformation” ด้วยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เมื่อปี 2558 ขึ้นเพื่อเป็นกรอบการทำงานสำหรับการพัฒนาทั่วโลกทั้งหมด 17 เป้าหมาย ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แม้ว่าในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาคมระหว่างประเทศจะมีความตื่นตัวในทุกระดับต่อการดำเนินการขององค์การสหประชาชาติและการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนให้ได้ภายในปี 2573 การเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืนดังกล่าวนั้น ยังคงต้องการ “การลงมือทำ” และ ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนความตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับระหว่างประเทศที่มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาด้านการสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ และปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศ

     จากความสำคัญของประเด็นปัญหาข้างต้น การประชุมในครั้งนี้จึงจำเป็นและมีความสำคัญที่จะสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องปัญหาและความท้าทายของประเด็นระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ประชาชนทั่วไป และนิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่ เป็นโอกาสที่ดีที่ผู้เข้าร่วมจะสามารถแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหา การทบทวนบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างโลก รัฐ เอกชน และสังคม ตลอดจนแนวทางการสร้างการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในแนวทางการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของการเปลี่ยนแปลงความยั่งยืนในระดับรากฐาน หรือ sustainable transformation

     ด้าน ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า ด้วยความเป็นสถาบันพันธมิตรที่ดีทางด้านวิชาการต่อกันมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาทั้ง 4 สถาบัน มีความมุ่งมั่นที่จะนำประโยชน์ทั้งในด้านความร่วมมือทางด้านการสอน การวิจัย บริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการสมัยใหม่เพื่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ

     ศ. นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การประชุมวิชาการประเพณีในครั้งนี้ ทั้ง 4 สถาบันจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพโลก สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอนาคต นำไปสู่การพัฒนาแนวทางและกลยุทธ์ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อปัญหาและความท้าทายที่ต้องเผชิญในปัจจุบันและอนาคต

     พล. ร.ต.อดิศักดิ์ แจงเล็ก รองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ กล่าวว่า สำหรับความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้าง และรักษาความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security) และถือเป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพเรือ ได้แก่ การป้องกันราชอาณาจักร รักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย การคุ้มครองและรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเล แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือ หน่วยงานภาครัฐ ไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างความยั่งยืนและการรับมือกับภัยคุกคามทางทะเล อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปกป้องการทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเล และการใช้ทรัพยากรเกินขอบเขตนั้น ต้องมีการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง ดังนั้นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเล พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเสวนาวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มย่อยของนิสิต/นักศึกษา แบ่งป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 การอพยพย้ายถิ่น (Migration) นำการเสวนาโดย อาจารย์ ดร.วศิน ปั้นทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่ง ฉัตรชนก หันกระสัน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า อัตลักษณ์ทับซ้อน (Intersectionality) เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรนำมาพิจารณาเมื่อพูดถึงผู้ลี้ภัยและผู้อพยพโดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย เมื่อการไร้สัญชาติเป็นอุปสรรคหลัก จะเห็นได้ว่าผู้ลี้ภัยหรือผู้อพยพที่ไร้สัญชาตินั้นต้องเผชิญกับการถูกลบเลือนตัวตนและถูกละเลยจากระบบ ซึ่งเป็นปัญหาทับซ้อนหลายมิติที่รัฐไทยอาจต้องนำมาพิจารณาเพื่อยกระดับนโยบายรวมไปถึงบทบาทของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ อาทิตัวแทนยุวชนหรือองค์การระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็น UNHCR, Amnasty หรือ IOM ล้วนมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมเติมเต็มบทบาทเพื่อให้ทั้งสองขาระหว่างภาครัฐไทยและภาคประชาสังคม ได้เดินหน้าและแก้ไขปัญหาเหล่าด้านมนุษยธรรมเหล่านี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

     กลุ่มที่ 2 สุขภาวะที่ดี (Well-being) นำการเสวนาโดย ผศ. ดร.สุรัสวดี อรุณวรากรณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่ง ณัฐวดี แท่นคำ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า ในปัจจุบันพบว่านิสิต/นักศึกษาส่วนมากเครียดจากการเรียนและสภาพแวดล้อม เราควรให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลชีวิต วิธีแก้ไขปัญหาคือการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน รวมถึงการสร้าง Community ไว้สำหรับ Heal ใจและปลอบประโลมทางความคิด

     กลุ่มที่ 3 ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) นำการเสวนาโดย ผศ. ดร.วัชระ จินตโกวิท และ อาจารย์ ดร.ถกล วิทยาธนรัตนา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่ง ภูริทัต สุขสมบูรณ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นที่ได้เข้าร่วมประชุมวิชาการกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ว่า ในปัจจุบันผู้คนยังไม่ได้ตระหนักถึง Food security มากเท่าที่ควร ซึ่งหากช้าไปกว่านี้ปัญหาต่าง ๆ อาจเพิ่มมากขึ้นจนไม่ทันแก้ไข โดยต้องให้ความรู้อย่างทั่วถึงแก่ทุกคนได้ตระหนักถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

     และ กลุ่มที่ 4 ความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security) นำการเสวนาโดย น.อ.จเร โฉมเฉลา น.อ.ดร.รณยุทธ ขวัญมงคล น.อ.ปัญญสิริ มีสมโสต และ น.อ.มณฑล ยศสมศักดิ์ กองทัพเรือ ซึ่ง น.ต.ธนดล ฉิมทิม เสนาธิการทหารเรือ กองทัพเรือ ได้ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า ผลจากการสัมมนาในครั้งนี้ทำให้เห็นได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบัน และอนาคต สามารถพัฒนาไปในทางที่ดีได้ เนื่องจากน้อง ๆ นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ กล้าแสดงออก สามารถผลักดัน และนำเสนอสิ่งที่ถูกต้องได้เป็นอย่างดี 


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content