ทีมนักวิจัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลระดับนานาชาติ นวัตกรรมสร้างตาเทียมภายใน 1 วัน ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
เพราะ ‘ดวงตา’ เป็นหน้าต่างของหัวใจ นักวิจัยธรรมศาสตร์คิดค้นนวัตกรรมสร้างตาเทียมภายในหนึ่งวันให้คนไข้ที่ต้องสูญเสียดวงตากลับมามีความมั่นใจแบบไม่ต้องรอนาน

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์โดยเฉพาะเรื่องของ ‘ดวงตา’ มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โรคเกี่ยวกับตาเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้ แต่อย่างไรก็ตามมีบางโรคหรือบางภาวะที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้หาย เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา หรือการเป็นเนื้องอกที่ดวงตา ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่คนไข้ต้องสูญเสียดวงตาและการมองเห็น ที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ในสังคม ‘ตาเทียม’ จึงมีความจำเป็นและสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจของคนไข้
‘ตาเทียม’ ในรูปแบบสำเร็จรูปอาจไม่ตอบโจทย์ในด้านความสวยงามและความสมจริง ดังนั้นการทำตาเทียมเฉพาะบุคคลจึงเป็นทางเลือกที่จะทำให้คนไข้มีดวงตาที่เหมือนกับตาจริงของตนมากที่สุด ทั้งสีของตาขาว สีของตาดำ และขนาดตาดำ ซึ่งปกติแล้วการทำตาเทียมเฉพาะบุคคลจะมีกระบวนการในการประดิษฐ์หลายขั้นตอน ทั้งนี้อันเนื่องมาจากกระบวนการดังกล่าว ร่วมกับคนไข้ที่ต้องการตาเทียมมีจำนวนมาก ทีมจักษุแพทย์และทันตแพทย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้คิดค้น นวัตกรรม “3D Printed Customized Ocular Prosthesis in One Visit Delivery” ขึ้น เป็นนวัตกรรมการสร้างตาเทียมเฉพาะบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีประกอบกันหลายขั้นตอน ได้แก่ การใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการถ่ายภาพติดลงบนตาขาว สามารถทำให้เสร็จภายในหนึ่งวัน เพื่อให้คนไข้ได้รับตาเทียมที่สมจริง โดยที่ไม่ต้องรอนาน


นวัตกรรม “3D Printed Customized Ocular Prosthesis in One Visit Delivery” เป็นผลงานของทีมศูนย์ดวงตาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำทีมโดย รศ. นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ อ.พญ.วราภรณ์ มิตรสันติสุข อาจารย์จักษุแพทย์ และ ผศ. ทพญ.จิตพิมล ศิริพันธ์ุ อาจารย์ทันตแพทย์ ซึ่งเป็นผลงานที่สามารถคว้ารางวัล JDIE Best Invention Award ในงาน Japan Design, Idea and Invention Expo ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผลงานกว่า 366 ผลงาน จาก 25 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน
นอกจากนั้นยังสามารถกวาดรางวัลสำคัญ ของงานได้อีกมากมาย อาทิเช่น รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จาก World Invention Intellectual Property Associations และถ้วยรางวัล NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น

สร้าง ‘ตาเทียม’ เสมือนจริงภายใน 1 วัน
ดวงตาเทียม แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบคือ ตาเทียมแบบสำเร็จรูป และตาเทียมแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งการทำตาเทียมเฉพาะบุคคล เดิมนั้นมีขั้นตอนหลายขั้นตอนตั้งแต่การเริ่มพิมพ์เบ้าตา การลองลูกแก้วใส การจุดตำแหน่งตาดำ การลงสีตาขาวและตาดำ เพื่อให้สมจริงและเหมือนกับตาของคนไข้ เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความชำนาญและเวลาที่แตกต่างกันไป นวัตกรรม “3D Printed Customized Ocular Prosthesis in One Visit Delivery” จึงเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งเรื่องความสวยงาม การย่นระยะเวลา รวมไปถึงความสามารถในการคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะได้งานออกมาอย่างแม่นยำ

ผศ. ทพญ.จิตพิมล ศิริพันธ์ุ อาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า นวัตกรรมนี้ประกอบด้วยการใช้เทคโนโลยี 2 ส่วนคือ เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่จะมีการสแกนรอยพิมพ์เบ้าตาของคนไข้ แล้วทำการพิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงานสามมิติสีคล้ายตาขาว และการถ่ายรูปแล้วใช้เทคโนโลยีนำไปติดบนชิ้นงานที่ปรับรูปร่างแล้ว ซึ่งกระบวนการในการทำตาเทียมเฉพาะบุคคลนั้นมีมากกว่า 10 ขั้นตอน เมื่อใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมานี้ จะสามารถทำให้ระยะเวลาโดยรวมถูกลดลงมาเหลือเพียง 4 ชม. ได้

ด้าน รศ. นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ กล่าวเสริมว่า ข้อจำกัดคือเดิมกว่าจะได้ตาเทียมแบบเฉพาะบุคคลแต่ละดวงนั้น ใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจจะหลายเดือน เพราะต้องมีการทำแบบและขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน อีกทั้งขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ประดิษฐ์ดวงตาเทียมว่าจะสามารถวาดตาได้ออกมาคล้ายกับตาอีกข้างหนึ่งได้มากน้อยแค่ไหน อาจจะดีกว่าตาปลอมสำเร็จรูปสมัยก่อนแต่ความสวยงามเสมือนจริงก็จะต้องเป็นศาสตร์และศิลป์แต่ละครั้งไปซึ่งคาดเดาผลได้ยาก จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมครั้งนี้ ซึ่งเราจะพบว่าในปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในวงการแพทย์ค่อนข้างเยอะ รวมทั้งทางฝั่งทันตกรรมก็มีการใช้นวัตกรรม 3D Printer สร้างฟันปลอมให้ผู้ป่วยอีกด้วย
“ทุกที่ที่มีการทำตาเทียม จะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างทันตแพทย์กับจักษุแพทย์อยู่แล้ว แต่ของเราข้อดีคือเราอยู่ห้องติดกันเลย มีการปรึกษากันตลอดเวลา ในการทำงานหมอตาจะประเมินว่าเบ้าตาของคนไข้พร้อมหรือไม่ หากพร้อม เนื้อเยื่อไม่อักเสบ ก็จะส่งมาที่ทันตแพทย์เพื่อทำตาเทียม เริ่มขั้นตอนการพิมพ์ ซึ่งจะมีการปรึกษากันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ตาเทียมที่สมจริงและพร้อมใช้งานสำหรับคนไข้” ผศ. ทพญ.จิตพิมล กล่าว

นักวิจัยธรรมศาสตร์ นวัตกรเพื่อสังคม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนหยัดเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นพึ่งของสังคม ผ่านการสร้างบัณฑิตคุณภาพ และสนับสนุนการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กำลังขับเคลื่อนให้งานวิจัยและนวัตกรรมของคณาจารย์และนักศึกษาสอดคล้องและตอบโจทย์จริง ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์และเกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเห็นผลที่เป็นรูปธรรม
“บทบาทของมหาวิทยาลัยนอกจากบทบาทด้านการเรียนการสอน การสร้างองค์ความรู้ใหม่ก็เป็นหน้าที่สำคัญ เพราะการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ตอบโจทย์กับสังคมจริง จะสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตด้านต่าง ๆ ของผู้คนในสังคมได้ อย่างนวัตกรรมชิ้นนี้มุ่งหวังว่าจะสามารถอำนวยความสะดวก ทำให้คนไข้ที่สูญเสียดวงตาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ” รศ. นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวเน้นย้ำ

นวัตกรรม “3D Printed Customized Ocular Prosthesis in One Visit Delivery” เริ่มมีการนำมาใช้จริงที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งปัจจุบันมีคนไข้กว่า 10 ราย ที่ใช้ตาเทียมจากนวัตกรรมดังกล่าว ผลตอบรับที่ได้คือความสุขและความมั่นใจในการเข้าสังคมมากขึ้นของคนไข้ โดยในอนาคตนวัตกรรมชิ้นนี้จะถูกพัฒนาให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นลงในการสร้างตาเทียม ให้มีความสวยงามเสมือนจริงมากขึ้น และประชาชนสามารถเข้าถึงบริการจากนวัตกรรมได้มากขึ้น