Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ธรรมศาสตร์’ ล้อมกับดักหนี้คนรุ่นใหม่ด้วยหลักสูตร ‘Financial Literacy’ หนุนบัณฑิตมีความรู้การเงิน ก่อนก้าวสู่การทำงานก่อนปี 70

‘ธรรมศาสตร์’ ล้อมกับดักหนี้คนรุ่นใหม่ด้วยหลักสูตร ‘Financial Literacy’ หนุนบัณฑิตมีความรู้การเงิน ก่อนก้าวสู่การทำงานก่อนปี 70

Featured Stories 22 ก.ย. 2568
Home » ‘ธรรมศาสตร์’ ล้อมกับดักหนี้คนรุ่นใหม่ด้วยหลักสูตร ‘Financial Literacy’ หนุนบัณฑิตมีความรู้การเงิน ก่อนก้าวสู่การทำงานก่อนปี 70

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดข้อมูลน่าเป็นห่วง Gen Z ติดบ่วงหนี้ NPL สูงสุดเมื่อเทียบทุก Gen พร้อมเดินหน้าหลักสูตรปลูกฝังความเข้าใจด้านการเงินให้นักศึกษา

     เมื่อประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ณ ไตรมาสแรกปี 2568 มูลหนี้ครัวเรือนรวมสูงถึงกว่า 16.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 87.4% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ไม่เกิน 80% มาตลอดหลายปี

     รวมถึงข้อมูลจากเครดิตบูโร ระบุว่า 1 ใน 2 ของคน Gen Z ที่เพิ่งเริ่มทำงานมีหนี้สินแล้ว และที่น่ากังวลคือกว่า 1 ใน 4 ของคนกลุ่มนี้เป็นหนี้เสีย (NPL) ซึ่งถือเป็นอัตราสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น ๆ ปัจจัยสำคัญเกิดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการเข้าถึงบัตรเครดิตและสินเชื่อที่ง่ายดาย จึงส่งผลกระทบให้คนรุ่นใหม่ตกอยู่ในกับดักหนี้เร็วขึ้นและยากต่อการฟื้นตัว

     หนี้ครัวเรือนไทยคือภัยเงียบที่กัดกร่อนชีวิตผู้คนทั้งในวัยเรียน วัยทำงาน และแม้กระทั่งวัยเกษียณ โดยพบว่าผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีหนี้เฉลี่ยกว่า 400,000 บาท และเสี่ยงกลายเป็นหนี้เสีย ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ติดกับดักการใช้จ่ายเกินตัวตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำลายคุณภาพชีวิต แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม

     รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบาง และกลายเป็น ‘กับดักหนี้’ ที่ฉุดรั้งคุณภาพชีวิตของครัวเรือนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยกว่า 2 ใน 3 ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมดเป็นหนี้เพื่อการบริโภค ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่หนี้เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่า เช่น บ้าน หรือธุรกิจ มีสัดส่วนเพียง 4% เท่านั้น ทำให้ภาระหนี้กลายเป็นวงจรที่กัดกินกำลังซื้อและลดทอนความสามารถในการออมของครัวเรือน

     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขับเคลื่อนการแก้ปัญหานี้ด้วย ความรู้ทางการเงิน’ หรือ Financial Literacy หลักสูตรที่จะช่วยปลูกฝังความเข้าใจด้านการเงินและการลงทุนให้แก่นักศึกษา โดยตั้งเป้าภายในปี 2570 บัณฑิต มธ. ทุกคนจะต้องผ่านการเรียนหลักสูตรนี้ก่อนออกสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งเนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น กลาง และยาว การออมอย่างมีระบบ การทำความเข้าใจภาษีและกฎหมายเกี่ยวข้องกับหนี้ ไปจนถึงการลงทุนในสินทรัพย์สมัยใหม่ เช่น เงินดิจิทัล คริปโทเคอร์เรนซี และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ

     ในหลักสูตรยังบรรจุเนื้อหาด้านพฤติกรรมเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงแรงจูงใจและหลุมพรางทางการเงินในยุคดิจิทัล เช่น การใช้จ่ายตามกระแส ‘ของมันต้องมี’ หรือโปรโมชัน ‘ผ่อน 0%’ นอกจากนี้ ธรรมศาสตร์ยังได้ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรกับสถาบันการเงินและตลาดทุนชั้นนำอีกหลากหลายองค์กร เพื่อพัฒนาวิชาเลือกเพิ่มเติมด้านการลงทุน โดยมีเป้าหมายให้นักศึกษาได้ทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและการปฏิบัติจริง อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทัศนคติทางการเงินที่มั่นคง เช่น

     ▪️ มธ.201 ความรู้ทางการเงินสำหรับบุคคล (SET) ปูพื้นฐานการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การจัดการรายรับรายจ่าย การออมและการลงทุนขั้นต้น ผ่านรูปแบบ E-Learning

     ▪️ มธ.202 ครบเครื่องเรื่องลงทุน (SET) แนะนำเครื่องมือการลงทุนหลากหลาย ตั้งแต่หุ้น พันธบัตร กองทุน ไปจนถึงการสร้าง Mindset การลงทุนที่ยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกการลงทุนจริง เรียนผ่านระบบ E-Learning

     ▪️ มธ.301 การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) เจาะลึกการลงทุนหุ้น กองทุนรวม ตลอดจน Derivative Warrant (DW) พร้อมฝึกการวิเคราะห์ผ่านโปรแกรม Streaming ของตลาดหลักทรัพย์ เรียนผ่าน E-Learning

     ▪️ มธ.283 นวัตกรรมบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซี (Gulf Binance) รายวิชาใหม่ล่าสุด เปิดโลกการลงทุนยุคดิจิทัล ตั้งแต่พื้นฐานการใช้บล็อกเชนไปจนถึงการลงทุนในคริปโทฯ และ Digital Assets เรียนได้ทั้ง Online & Onsite

     ▪️ มธ.309 การลงทุนแบบมืออาชีพ (Bangkok Bank) มุ่งเน้นการลงทุนเชิงลึกในสินทรัพย์หลากหลายประเภท พร้อมเวิร์กช็อปและการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญภาคการเงิน เปิดสอนแบบ Onsite

     “พลเมืองการเงินที่เข้มแข็งไม่เพียงหมายถึงการมีทักษะการลงทุน แต่ต้องหมายถึงการมีวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผน รับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และไม่ตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ หากประชาชนมีพื้นฐานเหล่านี้ ประเทศก็จะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน อย่างไรก็ดี การสร้างพลเมืองการเงินที่มีความรู้ ยังมีผลเชิงสังคมในวงกว้าง เพราะจะช่วยลดอัตราการผิดนัดชำระหนี้ ลดหนี้เสียในระบบการเงิน เพิ่มอัตราการออมและการลงทุนของครัวเรือน และช่วยลดภาระการอุดหนุนจากภาครัฐในอนาคต ขณะเดียวกันยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการมีประชากรที่มีรากฐานการเงินแข็งแกร่ง” รศ. ดร.ดำรงค์ กล่าว

     หลักสูตร Financial Literacy เป็นมาตรการ ‘วัคซีนทางการเงิน’ ที่จำเป็นต้องฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางก่อน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผู้สูงอายุ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ลดความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในวงจรหนี้เสีย หลายประเทศ เช่น ออสเตรเลียและสิงคโปร์ ได้พิสูจน์แล้วว่าการบรรจุวิชาความรู้ทางการเงินตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วยสร้างวินัยการออมและลดอัตราการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นได้จริง ซึ่งประเทศไทยสามารถนำแนวปฏิบัติเหล่านี้มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาได้


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content