‘ธรรมศาสตร์’ ปลุกกระแส ‘Reinventing University’ เชื่อมโยงนวัตกรรมโลก รับมือสังคมสูงวัยระดับสุดยอด
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ร่วมกับ Leave a Nest ประเทศสิงคโปร์ และเครือข่าย จัดประชุม Hyper Interdisciplinary Conference Thailand 2026

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก Leave a Nest ประเทศสิงคโปร์ และภาคีเครือข่ายนวัตกรรม เปิดฉากงานประชุมวิชาการนานาชาติ Hyper Interdisciplinary Conference (HIC) Thailand 2026 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ประกาศเดินหน้ามุ่งสู่ “Universities Reimagined” เปลี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยจากสถาบันสอนหนังสือสู่การเป็น Innovation Catalyst เพื่อรับมือวาระแห่งชาติในการก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) อย่างยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมอาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา ผู้ประกอบการ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านกิจกรรมทางวิชาการและการจัดแสดงผลงานที่หลากหลาย อาทิ การบรรยายพิเศษ การเสวนาวิชาการ และบูธนิทรรศการจากหน่วยงานและเครือข่ายของมหาวิทยาลัย

ชูแนวคิด “Re-imagining Connections” เชื่อมโยงโลกสู่สุขภาวะผู้สูงวัย
งาน HIC Thailand 2026 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Re-imagining Connections: From Education to Ecosystem” ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ แต่เป็นการเชื่อมโยง “โครงสร้างทางสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรม” เข้าด้วยกัน ที่สำคัญในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากลและก้าวทันความท้าทายในยุคดิจิทัล
รศ. ดร. ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ในหัวข้อ Creating Supportive Environments and Strengthening Health Behaviors for Quality Aging เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมรับมือกับวาระแห่งชาติเรื่องสังคมสูงวัย ความร่วมมือกับ Leave a Nest ในครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนโฉมมหาวิทยาลัยสู่สถาบันแห่งอนาคต ที่เน้นการสร้างทางออก (Solutions) ให้กับสังคมและการพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาพผู้สูงอายุในระดับสากล

เจาะลึกกิจกรรมภายในงาน
▪️ปาฐกถาพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสูงวัย
การปาฐกถาในหัวข้อ “นวัตกรรมในสังคมผู้สูงอายุ: ความท้าทายและโอกาส” (Innovation in Aging Society: Challenges and Opportunities) โดย Prof. Dr. Takeo Ogawa ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ถ่ายทอดบทเรียนจากประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนใคร โดยเน้นย้ำว่า “นวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่หมายถึงการปรับโครงสร้างทางสังคมและการยอมรับความหลากหลายของช่วงวัย เพื่อเปลี่ยนจาก ‘ภาระ’ ให้กลายเป็น ‘พลัง’ ของสังคม”
▪️Hyper Interdisciplinary Splash
เวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมในรูปแบบที่กระชับ (Pitching) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกและเครือข่ายพันธมิตรของศูนย์ฯ เพื่อรับข้อเสนอแนะเชิงลึก พร้อมแข่งขันเพื่อชิงรางวัลและโอกาสต่อยอดผลงานสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างการรับรู้และจุดประกายความร่วมมือใหม่ ๆ (Matchmaking) ระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัยในทุกมิติ


▪️เวทีประชันวิสัยทัศน์ผ่านนวัตกรรม (Oral & Poster Presentation)
เวทีสำหรับผลงานที่มีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับเจาะลึกที่รวบรวมงานวิจัยคุณภาพจากนิสิต นักศึกษา และนักวิชาการทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบุคลากรไทยในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุข พร้อมทั้งกิจกรรมเสวนาวิชาการในประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อวางรากฐานนโยบายสาธารณะและการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอดรับกับวิถีชีวิตผู้สูงวัยในอนาคต
และการจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมด้านสุขภาพสำหรับสังคมสูงวัย ที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (Health Tech) จากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สมุนไพรไทย อุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง, เพื่อนใจปทุมธานี (ดูแลสุขภาพจิต), Wheel Sense, อาหารสุขภาพ Plant Origin Food ที่เอื้อต่อการทำงานของคนทุกวัย สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศนวัตกรรมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งใจส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริง

เสียงสะท้อนจากผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ผศ. ดร.สร้อยสุดา เกสรทอง คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวเสริมในช่วงท้ายของการแลกเปลี่ยนว่า การรวมตัวข้ามศาสตร์ในวันนี้ตอกย้ำว่า นวัตกรรมและความร่วมมือข้ามพรมแดนคือหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายของสังคมสูงวัย องค์ความรู้ที่ได้รับจะถูกนำไปต่อยอดเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมสุขภาพที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย
นี่คือก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ความรู้ แต่เป็นผู้กำหนดอนาคต (Future Shapers) ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (Health Innovation Hub) ในระดับภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ
