Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘อธิการ มธ.’ เผยผลงานรอบ 1 ปี เดินหน้าต่อตาม ‘3 ยุทธศาสตร์-ONE TU’ สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

‘อธิการ มธ.’ เผยผลงานรอบ 1 ปี เดินหน้าต่อตาม ‘3 ยุทธศาสตร์-ONE TU’ สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

Featured Stories 24 ธ.ค. 2568
Home » ‘อธิการ มธ.’ เผยผลงานรอบ 1 ปี เดินหน้าต่อตาม ‘3 ยุทธศาสตร์-ONE TU’ สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

อธิการบดี–ผู้บริหารธรรมศาสตร์ เผยผลงานบริหารรอบ 1 ปี พร้อมประกาศเดินหน้าต่อภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ ผสานค่านิยม ONE TU

     อธิการบดี – ผู้บริหารธรรมศาสตร์ เผยผลงานบริหารรอบ 1 ปี พร้อมประกาศเดินหน้าต่อภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ “มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ – มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม – สร้างความสุขและยั่งยืนให้ประชาคมธรรมศาสตร์” ผสานค่านิยม “ONE TU” พา มธ. ก้าวสู่ “ผู้นำด้านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง” เพื่อสร้างบัณฑิตคุณภาพ รวมถึงขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นจริง

     เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2568 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน TOWNHALL MEETING ครั้งที่ 4 “Share to Change : Now and Next TU” เพื่อนำเสนอผลงานในรอบการบริหาร 1 ปีและก้าวต่อไป “WHAT’S HAPPENED NOW AND GET READY FOR NEXT CHAPTER !” โดย ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. และคณะผู้บริหาร มธ. ณ อาคารอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รวมถึงการนำเสนอการผสานค่านิยม ONE TU ไปปรับใช้จริงของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัย “SHARE TO CHANGE-5 MINS PRESENTATON” โดยตัวแทนประชาคม มธ. 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคณะ/วิทยาลัย/สถาบัน สายสังคมศาสตร์ กลุ่มคณะ/วิทยาลัย/สถาบัน สายมนุษยศาสตร์ กลุ่มคณะ/วิทยาลัย/สถาบัน สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสำนักงาน/สถาบัน และกลุ่มสำนักงานบริการและสนับสนุนการบริหารมหาวิทยาลัย

     ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า การรายงานผลงานในครั้งนี้มีความสำคัญกับทีมบริหารชุดปัจจุบันอย่างมาก เพราะนับเป็นการรายงานผลงานช่วงครึ่งวาระของการเข้ามาบริหารงาน คิดเป็นเวลาประมาณ 1 ปี 7 เดือน และโดยผลงานสำคัญในรอบ 1 ปี จะแบ่งเป็น 11 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการคลัง ได้มีการปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการร่วมทุน เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานด้านการสร้างรายได้ของมหาวิทยาลัยผ่านโครงการ Financial Model โครงการจัดทำแผนการบริหารทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยให้มีระเบียบและระบบการบริหารจัดการ

     2. ด้านบริหารศูนย์สุขศาสตร์ มีการเดินหน้าก่อสร้างอาคารเรียนรวมศูนย์สุขศาสตร์ มธ. มูลค่า 440 ล้านบาท การก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยา (ใช้งบประมาณของ มธ.) การทำโครงการ ONE HEALTH และการพัฒนาแอปพลิเคชันประเมินสุขภาวะ TU GREATS  3. ด้านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การดำเนินการสหกิจศึกษา การให้คณาจารย์ไปร่วมวิจัยพัฒนา ฯลฯ โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหลากหลายหน่วยงาน เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), เครือสหพัฒน์, บริษัท สยามกลการ จำกัด, บริษัทกลุ่มเซนทรัล บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด

     4. ด้านวิเทศสัมพันธ์ มีการ MOU ทั้งหมด 171 ฉบับ (ที่ยังมีการดำเนินการอยู่ จากทั้งหมดกว่า 200 ฉบับ) แบ่งเป็น ภูมิภาคยุโรป 55 ฉบับ เอเชีย 135 ฉบับ โอเชียเนีย 10 ฉบับ แอฟริกา 1 ฉบับ ละติน-อเมริกา 3 ฉบับ และอเมริกาเหนือ 18 ฉบับ โดยมีการร่วมมือกันทั้งสหกิจศึกษา และพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม  5. ด้านวิชาการ โดย มธ. ได้รับการจัดอันดับสูงขึ้น ทั้งจาก QS world ranking และ Time Higher Education ranking (THE)

     รวมถึงการเปิดรายวิชาใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้กับนักศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก เช่น การร่วมมือกับบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด เปิดสอนรายวิชาใหม่ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และTU283 นวัตกรรมบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซี การร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จัดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษา การบูรณาการข้ามศาสตร์ใน 5 คณะ พร้อมร่วมกับสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการยั่งยืน ซึ่งกำลังเตรียมร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาให้เป็นหลักสูตรปริญญาคู่ และการทำระบบคลังหน่วยกิต (Credit bank)

     6. ด้านวิจัยและนวัตกรรม การแก้ไขกฎระเบียบประกาศทุน ทั้งเกณฑ์ และรางวัล เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงทุนของมหาวิทยาลัยให้กับนักวิจัยทุกคนในทุกสาขา การทำฐานข้อมูลนักวิจัย และสร้างระบบขอทุนวิจัยภายในมหาวิทยาลัย คาดว่าปีหน้าจะได้เห็นใน 5 ด้านพื้นฐาน รวมถึงจะมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลนานาชาติ เช่น Scopus ฯลฯ การสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านนวัตกรรมสังคม (ผู้สูงอายุ) การทำ MOU กับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เน้นโครงการที่ตอบสนองสังคมผู้สูงอายุ และการ MOU กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยจะเน้นโครงการที่มีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีสูง (TRL) สูง และในปี 2569 ปีจะมีการสร้างทุนนวัตกรรมเป็นการเฉพาะ โดยดึงภาคเอกชนมาร่วม เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมให้สู่สังคม

     7. ด้านการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน (SDGs) ทาง มธ. ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 64 ร่วมของโลก และอันดับ 2 ของประเทศของสถาบันอุดมศึกษาในการสนับสนุน SDGs โดย THE Impact Ranking มีการจัดทำนิทรรศการ SDGs เพื่อประชาชน ซึ่งมีผู้เข้าชมประมาณ 500 คน การขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ และเพจเฟซบุ๊ก SDG Move มีการเข้าถึงหลักล้านครั้งใน 1 ปี การจัดทำโครงการประชาคมธรรมศาสตร์ขับเคลื่อนความยั่งยืน การร่วมจัดประชุมวิชาการสาธารณสุขเครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนประเทศไทย (SDSN Thailand Public Forum 2025) และการจัดทำโครงการ Social Asks TU Acts เพื่อบริการองค์ความรู้สู่สังคม

     8. ด้านการบริหารศูนย์รังสิต มีการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับความปลอดภัยบนท้องถนนภายใน มธ. ศูนย์รังสิต เช่น กล้องวิเคราะห์จุดที่เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก ฯลฯ การปรับปรุงเครื่องปรับอากาศในห้องเรียน และการปรับอัตราค่าธรรมเนียมการใช้สถานที่ 9. ด้านบริหารศูนย์ลำปาง และการนักศึกษา มีการยกระดับการให้บริการสุขภาพแก่นักศึกษา โดยจัดซื้อเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย มีการร่วมมือกับชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมเศรษฐกิจชุมชนและสืบสานอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปรับปรุงระบบปรับอากาศ ผนังซับเสียงห้องเรียนอาคาร และศูนย์นวัตกรรมและศักยภาพดิจิทัล และการทำโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

     9. ด้านการบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล ได้มีการปรับปรุงตึกโดมท่าพระจันทร์ การส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ด้วยการประกาศเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ การปรับระบบท่อเพื่อป้องกันน้ำท่วม การปรับปรุงพื้นที่เพื่อความปลอดภัย การเพิ่มจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัล มธ. 2569 – 2571 เพื่อนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บูรณาการพัฒนาการเรียนรู้การสอน และการดำเนินงานในมหาวิทยาลัย การยกระดับบริการสู่ระบบดิจิทัล e-service การพัฒนาแพลตฟอร์ม TU GPT ระบบ AI อัจฉริยะ การพัฒนาเว็บไซต์ของ มธ. ใหม่ และจะมีการเปิดตัว TU Executive Dashboard ฐานข้อมูลของ มธ. กลาง ในเดือน ก.พ. 2569 โดยเป็นการรวบรวมฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์ง่ายขึ้น

     10. ด้านบริหารศูนย์พัทยาและวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้มีการดูแลสุขภาพกายและใจ ทั้งการคัดกรองสุขภาพเชิงรุก การจัดการเรียนรู้การปฐมพยาบาล การให้บริการคำปรึกษาสุขภาพใจ การป้องกันโรค เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมกับเมืองพัทยา อาทิ การจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพ การสนับสนุนด้านวิชาการและการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม การส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวพร้อมสร้างโอกาสรายได้เสริมแก่นักศึกษา

     11. ด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาระบบลางานออนไลน์ใหม่ ซึ่งจะสามารถเปิดใช้ได้ 16 เม.ย. 2568 การทำประกาศการเหลื่อมเวลาปฏิบัติงาน การทำระบบสารสนเทศด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น บริหารสัญญา การเพิ่มสิทธิประโยชน์ของบุคลากรด้านสุขภาพ โดยเปิดให้สามารถใช้แอปฯ BeDee ในการปรึกษานักจิตวิทยาคลินิกไม่มีค่าใช้จ่าย การทำประกันสุขภาพแบบกลุ่ม โดยกำลังต่อรองเพื่อจะขยายไปให้ถึง 70 ปี ครอบคลุมหลังเกษียณ และการซื้อประกันสุขภาพให้คนในครอบครัวได้

   การสร้างช่องทางพิเศษเพื่อให้บุคลากรธรรมศาสตร์เข้ารับบริการสุขภาพที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติผ่านสิทธิประกันสุขภาพกลุ่มได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนการพัฒนาระบบสวัสดิการบำนาญ มธ. โดยจ่ายบำนาญสำหรับบุคลากรที่มีอายุงาน 25 ปีขึ้นไปเดือนละ 5,000 บาท หลังจากบุคลากรเกษียณอายุ เป็นระยะเวลา 1 – 20 ปี ซึ่งจะมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ทำ โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายบำนาญให้บุคลากรได้ภายในปี 2569

     ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ อยากจะสะท้อนให้เห็นประเด็นความท้าทายสำคัญ มธ. ที่ประชาคมธรรมศาสตร์จะต้องมาร่วมกันขับเคลื่อนด้วย นั่นก็คือความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะด้านการเงินการคลัง โดยปัจจุบันสัดส่วนงบประมาณที่ มธ. ใช้ในแต่ละปีจะอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณแผ่นดิน 4,800 ล้านบาท และงบรายได้ของ มธ. เอง 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการในหลายเรื่องเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางงบประมาณ เช่น การจัดสรรการใช้พื้นที่ให้มีความคุ้มค่า การประหยัดรายจ่ายผ่านการลดการใช้พลังงาน และการใช้พลังงานธรรมชาติ การเชิญชวนให้คณะต่างๆ ผลักดันผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ เห็นได้จากการจัดตั้งบริษัท TU-THAM พร้อมทั้งตั้งศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.

     “หลังจากนี้จะเหลือเวลาอีกราว 1 ปี 9 เดือน ซึ่งในเวลาที่เหลือจะยังคงเดินหน้าตาม 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. การเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) 2. การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม และ 3. การสร้างความสุขและความยั่งยืนให้กับประชาคมธรรมศาสตร์ ตามยุทธศาสตร์ มธ. ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2565 – 2570) รวมถึงค่านิยม ONE TU เพราะเชื่อว่าถ้ายังขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์นี้ไปจนถึงช่วงปลายวาระของทีมบริหารชุดนี้จะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน รวมถึงธรรมศาสตร์จะเดินหน้าไปสู่การเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง (Experiential Learning)” อธิการบดี มธ. กล่าว


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content