นักศึกษาธรรมศาสตร์ ตัวแทน ‘เยาวชนหนึ่งเดียวของไทย’ ร่วมเวทีประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติ
Featured Stories 19 ธ.ค. 2568
แชร์บทความนี้
แนน-นันท์นภัส พงศ์วิฑูรย์นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนหนึ่งเดียวของประเทศไทย ร่วมงาน 20th Conference of Youth (COY20)

‘แนน-นันท์นภัส พงศ์วิฑูรย์’ นักศึกษาสาขาวิชาสเปนและลาตินอเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนหนึ่งเดียวของประเทศไทยในการเข้าร่วมงานประชุม 20th Conference of Youth (COY20) และเป็นหนึ่งในเยาวชนไทย 9 คนที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม 30th UNFCCC Conference of Parties (COP30) ระหว่างวันที่ 5-19 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ซึ่งเป็นเวทีการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติ

แนน-นันท์นภัส พงศ์วิฑูรย์ กล่าวว่า ปีนี้ได้รับโอกาสเป็น Project Manager ของงาน Local Conference of Youth Thailand 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดสำหรับเยาวชนไทยโดยเยาวชนไทย ภายในงานมีการรวบรวมเสียงของเยาวชนไทยเพื่อทำเป็นถ้อยแถลงของเยาวชนสำหรับส่งต่อให้กับเครือข่าย YOUNGO ในงาน COY20 และ COP30 จึงมีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Conference of Youth (COY20) ซึ่งเป็นการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเยาวชนระดับโลก ในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย
ทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรมที่ได้ทำว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีความหมาย จึงทำให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน COP30 และเป็นตัวแทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนใน side events ของ COP และการเข้าร่วมในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนจาก Global Fund for Children
“แน่นอนว่าการมาร่วมงานระดับโลกที่จัดขึ้นนั้นทำให้แนนมีความสุขมาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะมีโอกาสได้มาร่วมงานใหญ่ขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน แนนก็กดดันว่าเราจะทำหน้าที่ตัวแทนของทุกคนได้ดีพอแล้วหรือยัง ยิ่งพอไปอยู่ตรงนั้น แนนก็ยิ่งมี passion ที่อยากหาทาง support ให้ทุกคนสามารถก้าวมาสู่การร่วมงานในเวทีระดับโลกได้เหมือนกันค่ะ” นันท์นภัส กล่าว

หนึ่งในเวทีที่สร้างผลกระทบต่อมุมมองการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของ นันท์นภัส อย่างชัดเจน คือการเข้าร่วมอภิปรายในหัวข้อ Youth Participation in Climate Policy: Building Intergenerational Equity in Asian Climate Governance ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการขับเคลื่อนนโยบายกับเยาวชนจากฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน การแลกเปลี่ยนดังกล่าวทำให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การรณรงค์เชิงสังคม การทำงานเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐ ไปจนถึงกระบวนการทางกฎหมาย
นันท์นภัส กล่าวอีกว่า ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในประเด็นสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเรากำลังจะเติบโตไปเป็นคนที่ขับเคลื่อนสังคม แต่เพราะเป็น สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ที่ควรจะได้รับในการใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี ยุติธรรม และเป็นธรรม
จากการแลกเปลี่ยนมุมมองกับเยาวชนจากหลายประเทศ นันท์นภัส มองว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะการส่งผลกระทบกับกลุ่มคนเปราะบาง ซึ่งต้องเผชิญกับมลพิษ ภาวะโลกรวน และข้อจำกัดในการเข้าถึงทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นแก่นสำคัญของการเรียกร้องเรื่อง ความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) ในการประชุม COP ครั้งที่ผ่านมา

“ด้วยความที่เรียนด้านภาษาสเปนและลาตินอเมริกันศึกษามาโดยเฉพาะ ทำให้มีทักษะพื้นฐานทางภาษา และความเข้าใจบริบาททางประวัติศาสตร์เลยสามารถสื่อสาร รวมถึงเชื่อมโยงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ” นันท์นภัส กล่าวทิ้งท้าย
ประสบการณ์จากเวที COP30 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงนโยบายระดับโลก หากแต่ยังสะท้อนบทบาทของการศึกษาและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการร่วมกำหนดอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนร่วมกัน