‘ธรรมศาสตร์’ เปิดนิทรรศการ ‘SDGs เพื่อประชาชน’ ดัน 31 นวัตกรรมสุขศาสตร์สู่ใช้งานจริง หนุนประเทศบรรลุ SDGs
Featured Stories 26 มี.ค. 2569
แชร์บทความนี้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการ SDGs เพื่อประชาชน ครั้งที่ 3 ยกทัพ 31 งานวิจัย-นวัตกรรม สายสุขศาสตร์ออกสู่สังคม หนุนเสริมการพัฒนาประเทศ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดพิธีเปิด “นิทรรศการหมุนเวียนภายใต้แนวคิด SDGs เพื่อประชาชนครั้งที่ 3 สายสุขศาสตร์” ณ ห้องปฏิบัติการ SDG Lab อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 เพื่อจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมตามแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ทั้งหมด 31 ชิ้นงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ตั้งแต่วันนี้ – เดือน ก.ค. 2569


สำหรับงานนิทรรศการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ (Herbal & Health Products) “ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่” โซนที่ 2 เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์อัจฉริยะ (MedTech & Smart Devices) “นวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์แม่นยำเพื่อการวินิจฉัย ฟื้นฟู และอำนวยความสะดวก”
โซนที่ 3 แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อการเรียนรู้ (Digital Health & Education Platforms) “เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลสู่การบริการสุขภาพและการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย” โซนที่ 4 การดูแลทางคลินิกและสุขภาวะสังคม (Clinical Care & Social Well-being) “ยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาควบคู่ความเข้าใจมิติทางสังคมและจิตใจ” และโซนที่ 5 สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment & Sustainability) “ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะอย่างยั่งยืน”

รศ. ดร.ธีร เจียศิริพงษ์สกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มธ. กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดนิทรรศการ SDGs เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประชาชนตระหนักรู้เรื่อง SDGs และเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง SDGs กับสิ่งรอบตัว ทั้งการศึกษาวิจัย การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยังเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชน นำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดต่อไป ไม่ว่าในเชิงพาณิชย์ หรือในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับหนุนเสริมให้ไทยบรรลุ SDGs ให้ได้ในปี 2573 ตามกรอบเวลาที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องบรรลุ SDGs


รศ. ดร.ธีร กล่าวต่อไปว่า นิทรรศการที่ มธ. จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นผลงานจากหน่วยงาน คณะ สาขาในสายสุขศาสตร์ ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี เนื่องจากเทรนด์โลกในปัจจุบันกำลังมุ่งไปสู่การมีสุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดี (Well Being) ผลงานและนวัตกรรมหลายชิ้นน่าจะเป็นที่สนใจของใครหลายคน เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุขภาพโคล่าจากอินทผลัม ซึ่งเป็นโคล่าสุขภาพจากอินทผลัมรายแรกในไทย, ยูริเซีย: โซลูชันอัจฉริยะสำหรับการวัดกรดยูริก, ระบบรายงานผลการตรวจสุขภาพออนไลน์ของศูนย์บริการสุขภาพ คณะสหเวชศาสตร์ มธ., นวัตกรรมการนวดมดลูกแบบไม่รุกล้ำโดยพยาบาลผดุงครรภ์ในการป้องกันการตกเลือดหลังคลอด, โอสถโดมต้นแบบร้านยาที่ครอบคลุมงานด้านเภสัชกรรมหลากหลายมิติ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน ฯลฯ
“นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่ในประเทศ แต่บางชิ้นมีศักยภาพไปถึงระดับโลกได้ อย่างยูริเซีย โซลูชันอัจฉริยะสำหรับการวัดกรดยูริก ก็ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการคิดค้นนวัตกรรมการตรวจวัดกรดยูริกในลักษณะนี้ และจะช่วยยกระดับวิธีการดูแลรักษาได้อย่างมาก ซึ่งหากผลักดันไปสู่จุดนั้นได้ก็จะช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกจำนวนมาก เพราะตลาดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ของโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2570 จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 25-26 ล้านล้านบาท” รศ. ดร.ธีร ระบุ

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลังจากจบนิทรรศการ SDGs ครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นช่วง ก.ค. 2569 จะมีการพิจารณาจัดนิทรรศการนี้ต่อไปแต่อาจจะปรับรูปแบบโดยให้ธีมหลักสอดรับกับสถานการณ์ด้านนวัตกรรม หรือวิกฤตโลกด้วย เช่น สถานการณ์ด้านวิกฤตพลังงานที่อาจจะมีนำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนมาโชว์ ฯลฯ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ให้ถูกนำไปใช้จริงได้ตั้งแต่ในระดับบุคคลไปจนถึงระดับนโยบาย เพราะนอกจากจะทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง รวมถึงขับเคลื่อน SDGs ไปในตัวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงในด้านต่าง ๆ และลดพึ่งพาจากต่างประเทศ


ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนให้ประเทศบรรลุ SDGs ให้ได้ภายในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2573 นั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำอยู่ฝ่ายเดียวได้ แต่ทุกคนต้องมาช่วยกัน ซึ่งธรรมศาสตร์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่บทบาทในการผลิตองค์ความรู้และวิชาการก็จะร่วมสนับสนุนในด้านองค์ความรู้เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้กับทุกภาคส่วนได้รับรู้ เข้าใจความสำคัญ และนำเรื่อง SDGs ไปใช้ต่อให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกองคาพยพขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน





