อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวาน
รศ. พญ.ทิพาพร ธาระวานิช อาจารย์ประจำหน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ จึงเป็นที่มาของชื่อโรค “เบาหวาน” เพราะน้ำตาลสูงจนทำให้มีน้ำตาลในปัสสาวะ
สัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน
– ปัสสาวะบ่อยจนลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางคืน
– กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก
– หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด
– อ่อนเพลีย
– ตามัว หรือชาตามปลายมือปลายเท้า
โรคเบาหวานแบ่งได้ 6 ประเภท ดังนี้:
1. เบาหวานชนิดที่ 1
– พบบ่อยในเด็ก
– เกิดจากภูมิคุ้มกันของตนเองทำลายตับอ่อน
– อินซูลิน คือ ฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลในเลือดไปเก็บหรือใช้เป็นพลังงาน
เมื่อขาดอินซูลิน ร่างกายต้องสลายไขมันเป็นพลังงานทำให้เกิดคีโตนคั่งจะมีอาการเหนื่อยหอบ
– ต้องรักษาด้วยอินซูลินตลอดชีวิต
2. เบาหวานชนิดที่ 2
– พบบ่อยที่สุด
– มักพบในผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป
– บางรายไม่มีอาการ รู้ว่าเป็นเบาหวานจากการตรวจร่างกายประจำปี
ดังนั้น ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เช่น อ้วน, พ่อ แม่ พี่ หรือน้องเป็นเบาหวาน ฯลฯ
ต้องตรวจน้ำตาลทุกปี
3. เบาหวานชนิดลูกผสม 1+2
– มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2
– ต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์
4. เบาหวานชนิดที่มีสาเหตุจำเพาะ
– คือมีสาเหตุที่ทำให้เป็นเบาหวาน เช่น:
การใช้สเตียรอยด์ขนาดสูง
ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจากการดื่มแอลกอฮอล์มาก
การตัดตับอ่อน
5. เบาหวานขณะตั้งครรภ์
– ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกระหว่างตั้งครรภ์
– ส่วนใหญ่หายหลังคลอด
– มารดามีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต
– บุตรเสี่ยงต่อโรคอ้วน และเบาหวาน
6. เบาหวานที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
– แพทย์ยังจัดประเภทไม่ได้ต้องตรวจเพิ่มเติมและติดตามอาการต่อเนื่อง
เพื่อวินิจฉัยประเภทที่ชัดเจน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ป้องกันได้โดย คุมอาหาร (ลดแป้ง ของหวาน) ออกกำลังกาย และลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 7 ของน้ำหนักตั้งต้น(หากอ้วน)