มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ร่วมมือเรือนจำลำปาง – พมจ. – ศพส. มุ่งสร้างโมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย
เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ปัญหาผู้สูงอายุจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายนอกกำแพงเท่านั้น แต่ใน “เรือนจำ” กลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุถือเป็นหนึ่งในประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการดูแลและวางแผนการกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญอย่าง “การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว” ผู้สูงอายุเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับภาวะสุ่มเสี่ยงไร้ที่พึ่ง
เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง นำโดย ผศ. ดร.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี และคณะ เดินหน้าต่อยอดโครงการพัฒนาระบบและกลไกการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ ร่วมกับ เรือนจำกลางลำปาง ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง (ศพส.ลำปาง) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง (พมจ.ลำปาง) มุ่งสร้าง “โมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย” เพื่อรองรับการคืนกลับและเชื่อมประสานก้าวแรกจากเรือนจำกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน
ถอดช่องว่างงานคืนคนดีสู่สังคม: ทำไมต้องเตรียม “นิเวศชีวิต” นอกเรือนจำ?
ผศ. ดร.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี เปิดเผยถึงที่มาของโครงการต่อยอดยุคใหม่นี้ว่า ที่ผ่านมาการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยผู้ต้องขังในระบบทั่วไป มักเน้นหนักไปที่การฝึกทักษะอาชีพและการปรับตัวรายบุคคล แต่สำหรับกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ มิติทางสังคม ครอบครัว และสุขภาวะกลับเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญยิ่งกว่า
“สิ่งที่เป็นช่องว่างใหญ่ในกระบวนการเดิม คือ เรื่องการเตรียมความพร้อมครอบครัวและชุมชนภายนอก ผู้ต้องขังสูงอายุบางคน พอถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ไม่มีครอบครัว ไม่เหลือญาติมิตรบางคนไม่มีแม้กระทั่งบ้านจะอยู่ หรือบริบทชีวิตรอบข้างเปลี่ยนไปหมดแล้ว พอออกไปแล้วไม่มีระบบรองรับ เขาก็ไม่รู้จะไปทางไหน บางเรือนจำประสงค์ประสานส่งเข้าสถานสงเคราะห์ แต่การส่งต่อเข้าสถานสงเคราะห์ฯ จะต้องมีขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสถานสงเคราะห์ฯ เช่น การคัดกรอง ตรวจสุขภาพ และรอคิว การไม่เตรียมข้อมูลนิเวศชีวิตข้างนอกเอาไว้ก่อน จึงทำให้เกิดปัญหาตามมา”
จากสถานการณ์ดังกล่าว โครงการนี้จึงเข้ามารวมพลังบูรณาการเพื่อ “เติมช่องว่าง” โดยเน้นการจัดเตรียมนิเวศชีวิตภายนอกเรือนจำของผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย ได้แก่ การเตรียมครอบครัวและชุมชน ผ่านการประเมินสภาวะครัวเรือนผู้ต้องขังสูงอายุ และเชื่อมต่อสวัสดิการครัวเรือน เป็นฐานข้อมูลและส่งต่อข้อมูลกับภาคีเครือข่ายก่อนที่ผู้ต้องขังสูงอายุจะพ้นโทษ เพื่อรองรับการคืนกลับของการมีชีวิตได้ ลดภาวะเคว้งคว้าง และป้องกันไม่ให้เกิดการกลับมากระทำผิดซ้ำ
ผสานพลัง พมจ. ลำปาง + ศพส.ลำปาง: ใช้ระบบประเมินทางสังคมจำแนก “กลุ่มเสี่ยงสีแดง”
หัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือการทำงานร่วมกับ พมจ.ลำปาง และ ศพส.ลำปาง ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายหลักในการนำแบบประเมินทางสังคม เข้ามาเก็บข้อมูลเชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องขังสูงอายุที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัวราว 90 คน ซึ่งจะช่วยจำแนกความเสี่ยงของชีวิตผู้ต้องขังออกเป็นระดับสีอย่างชัดเจน (เช่น แดงจัด, แดงเรื่อ หรือส้ม)
หากพบผู้ต้องขังสูงอายุคนใดอยู่ในกลุ่ม “สีแดงจัด” (เสี่ยงไร้ที่พึ่ง/ไม่มีครอบครัวรองรับ) ทีมงานสหวิชาชีพจะลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกร่วมกับ พมจ. + ศพส. + ทีมปฏิบัติการโครงการ เพื่อเชื่อมโยงสิทธิสวัสดิการสังคม สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงการเตรียมความพร้อมของคนในครอบครัวและชุมชนล่วงหน้า ให้พร้อมรับการคืนกลับอย่างเข้าใจ
ยกระดับสู่ “มาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดบริการทางสังคมสำหรับผู้ต้องขังเปราะบาง” (SOP) เชิงนโยบายของกรมราชทัณฑ์
ความสำเร็จในพื้นที่เรือนจำกลางลำปาง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ระดับพื้นที่เท่านั้น ผศ. ดร.ปุณิกา ระบุว่า ได้มีการนำเสนอแนวคิดและหารือเบื้องหลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลลัพธ์จากโมเดลทดลองนี้ไปถอดบทเรียนพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดบริการทางสังคมสำหรับผู้ต้องขังเปราะบาง (Standard Operating Procedure: SOP) ในที่นี้คือ งานดูแลและเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะต่อไปในอนาคต
“เป้าหมายสูงสุดของการทำงานกับผู้ต้องขัง ไม่ใช่เพียงแค่ปล่อยเขาออกไป แต่คือการทำให้เขาสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก เราปรับการทำงานจากการเตรียมตัวแค่ผู้ต้องขัง มาสู่มิติของการเตรียมครอบครัวและนิเวศชีวิต ซึ่งบทเรียนจากลำปางนี้ จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานการทำงานกับผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของธรรมศาสตร์ในการใช้ศาสตร์ทางสังคมสงเคราะห์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสร้างอิมแพคจริงแก่สังคม”
โมเดลการเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุหลังปล่อย โดย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมสงเคราะห์ที่สอดรับกับสภาวะสังคมสูงวัยอย่างแท้จริง การประสานพลังระหว่างสถาบันอุดมศึกษา กรมราชทัณฑ์ และกระทรวง พม. ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิตผู้สูงอายุหลังกำแพงสูงให้มีที่พึ่งและที่ยืนในสังคมอย่างทรงเกียรติ แต่ยังช่วยลดปัญหาสังคมในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม