Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่องทางติดตาม
มธ. ศูนย์ลำปาง ร่วมปิดช่องว่างหลังกำแพงสูง สร้าง ‘โมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตก่อนปล่อย’ คืนผู้สูงอายุพ้นโทษสู่สังคมอย่างยั่งยืน

มธ. ศูนย์ลำปาง ร่วมปิดช่องว่างหลังกำแพงสูง สร้าง ‘โมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตก่อนปล่อย’ คืนผู้สูงอายุพ้นโทษสู่สังคมอย่างยั่งยืน

Featured Stories 22 ก.ย. 2569
หน้าหลัก มธ. ศูนย์ลำปาง ร่วมปิดช่องว่างหลังกำแพงสูง สร้าง ‘โมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตก่อนปล่อย’ คืนผู้สูงอายุพ้นโทษสู่สังคมอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ร่วมมือเรือนจำลำปาง – พมจ. – ศพส. มุ่งสร้างโมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย

     เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ปัญหาผู้สูงอายุจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายนอกกำแพงเท่านั้น แต่ใน “เรือนจำ” กลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุถือเป็นหนึ่งในประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการดูแลและวางแผนการกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญอย่าง “การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว” ผู้สูงอายุเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับภาวะสุ่มเสี่ยงไร้ที่พึ่ง

     เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง นำโดย ผศ. ดร.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี และคณะ เดินหน้าต่อยอดโครงการพัฒนาระบบและกลไกการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ ร่วมกับ เรือนจำกลางลำปาง ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง (ศพส.ลำปาง) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง (พมจ.ลำปาง) มุ่งสร้าง “โมเดลเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย” เพื่อรองรับการคืนกลับและเชื่อมประสานก้าวแรกจากเรือนจำกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน

ถอดช่องว่างงานคืนคนดีสู่สังคม: ทำไมต้องเตรียม “นิเวศชีวิต” นอกเรือนจำ?

     ผศ. ดร.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี เปิดเผยถึงที่มาของโครงการต่อยอดยุคใหม่นี้ว่า ที่ผ่านมาการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยผู้ต้องขังในระบบทั่วไป มักเน้นหนักไปที่การฝึกทักษะอาชีพและการปรับตัวรายบุคคล แต่สำหรับกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ มิติทางสังคม ครอบครัว และสุขภาวะกลับเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญยิ่งกว่า

     “สิ่งที่เป็นช่องว่างใหญ่ในกระบวนการเดิม คือ เรื่องการเตรียมความพร้อมครอบครัวและชุมชนภายนอก ผู้ต้องขังสูงอายุบางคน พอถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ไม่มีครอบครัว ไม่เหลือญาติมิตรบางคนไม่มีแม้กระทั่งบ้านจะอยู่ หรือบริบทชีวิตรอบข้างเปลี่ยนไปหมดแล้ว พอออกไปแล้วไม่มีระบบรองรับ เขาก็ไม่รู้จะไปทางไหน บางเรือนจำประสงค์ประสานส่งเข้าสถานสงเคราะห์ แต่การส่งต่อเข้าสถานสงเคราะห์ฯ จะต้องมีขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสถานสงเคราะห์ฯ เช่น การคัดกรอง ตรวจสุขภาพ และรอคิว การไม่เตรียมข้อมูลนิเวศชีวิตข้างนอกเอาไว้ก่อน จึงทำให้เกิดปัญหาตามมา”

     จากสถานการณ์ดังกล่าว โครงการนี้จึงเข้ามารวมพลังบูรณาการเพื่อ “เติมช่องว่าง” โดยเน้นการจัดเตรียมนิเวศชีวิตภายนอกเรือนจำของผู้ต้องขังสูงอายุก่อนปล่อย ได้แก่ การเตรียมครอบครัวและชุมชน ผ่านการประเมินสภาวะครัวเรือนผู้ต้องขังสูงอายุ และเชื่อมต่อสวัสดิการครัวเรือน เป็นฐานข้อมูลและส่งต่อข้อมูลกับภาคีเครือข่ายก่อนที่ผู้ต้องขังสูงอายุจะพ้นโทษ เพื่อรองรับการคืนกลับของการมีชีวิตได้ ลดภาวะเคว้งคว้าง และป้องกันไม่ให้เกิดการกลับมากระทำผิดซ้ำ

ผสานพลัง พมจ. ลำปาง + ศพส.ลำปาง: ใช้ระบบประเมินทางสังคมจำแนก “กลุ่มเสี่ยงสีแดง”

     หัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือการทำงานร่วมกับ พมจ.ลำปาง และ ศพส.ลำปาง ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายหลักในการนำแบบประเมินทางสังคม เข้ามาเก็บข้อมูลเชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องขังสูงอายุที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัวราว 90 คน ซึ่งจะช่วยจำแนกความเสี่ยงของชีวิตผู้ต้องขังออกเป็นระดับสีอย่างชัดเจน (เช่น แดงจัด, แดงเรื่อ หรือส้ม)

     หากพบผู้ต้องขังสูงอายุคนใดอยู่ในกลุ่ม “สีแดงจัด” (เสี่ยงไร้ที่พึ่ง/ไม่มีครอบครัวรองรับ) ทีมงานสหวิชาชีพจะลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกร่วมกับ พมจ. + ศพส. + ทีมปฏิบัติการโครงการ เพื่อเชื่อมโยงสิทธิสวัสดิการสังคม สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงการเตรียมความพร้อมของคนในครอบครัวและชุมชนล่วงหน้า ให้พร้อมรับการคืนกลับอย่างเข้าใจ

ยกระดับสู่ “มาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดบริการทางสังคมสำหรับผู้ต้องขังเปราะบาง” (SOP)  เชิงนโยบายของกรมราชทัณฑ์

     ความสำเร็จในพื้นที่เรือนจำกลางลำปาง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ระดับพื้นที่เท่านั้น ผศ. ดร.ปุณิกา ระบุว่า ได้มีการนำเสนอแนวคิดและหารือเบื้องหลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลลัพธ์จากโมเดลทดลองนี้ไปถอดบทเรียนพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดบริการทางสังคมสำหรับผู้ต้องขังเปราะบาง (Standard Operating Procedure: SOP) ในที่นี้คือ งานดูแลและเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะต่อไปในอนาคต

     “เป้าหมายสูงสุดของการทำงานกับผู้ต้องขัง ไม่ใช่เพียงแค่ปล่อยเขาออกไป แต่คือการทำให้เขาสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก เราปรับการทำงานจากการเตรียมตัวแค่ผู้ต้องขัง มาสู่มิติของการเตรียมครอบครัวและนิเวศชีวิต ซึ่งบทเรียนจากลำปางนี้ จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานการทำงานกับผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของธรรมศาสตร์ในการใช้ศาสตร์ทางสังคมสงเคราะห์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสร้างอิมแพคจริงแก่สังคม”

     โมเดลการเตรียมความพร้อมนิเวศชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุหลังปล่อย โดย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมสงเคราะห์ที่สอดรับกับสภาวะสังคมสูงวัยอย่างแท้จริง การประสานพลังระหว่างสถาบันอุดมศึกษา กรมราชทัณฑ์ และกระทรวง พม. ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิตผู้สูงอายุหลังกำแพงสูงให้มีที่พึ่งและที่ยืนในสังคมอย่างทรงเกียรติ แต่ยังช่วยลดปัญหาสังคมในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม


แชร์บทความนี้
Copy