Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่องทางติดตาม
Sorry, this page is not available in English yet. You are viewing the Thai version.
เทคโนโลยี ‘ตรวจจับไฟป่า’ ด้วย ‘IoT และ Machine Learning’ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยี ‘ตรวจจับไฟป่า’ ด้วย ‘IoT และ Machine Learning’ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน

Academic Corner Featured Stories 17 มิ.ย. 2568
หน้าหลัก เทคโนโลยี ‘ตรวจจับไฟป่า’ ด้วย ‘IoT และ Machine Learning’ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยี IoT และ Machine Learning สำหรับการตรวจจับไฟป่าและพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ โดย รศ. ดร.ธงชัย ขนาบแก้ว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

     ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคเหนือของประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองจากไฟป่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสารมลพิษที่น่ากังวลมากที่สุดคือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ฝุ่นชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจและสะสมในระบบทางเดินหายใจลึกถึงปอด ส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ หมอกควันและฝุ่นละอองยังส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์ การท่องเที่ยว และความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

     เพื่อจัดการกับปัญหานี้ การตรวจจับและเฝ้าระวังไฟป่าและมลพิษในอากาศได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในปัจจุบันระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยแนวคิด “Data-driven” หรือการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ในทางปฏิบัติ เทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญ คือ “Internet of Things” หรือ IoT ซึ่งเป็นเครือข่ายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อวัดค่าต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าฝุ่น PM2.5 ค่าก๊าซมลพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เซ็นเซอร์เหล่านี้มีขนาดเล็ก ติดตั้งง่าย ใช้พลังงานต่ำ และสามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์กลางข้อมูลแบบเรียลไทม์ แม้ในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีคนประจำอยู่ เช่น บริเวณภูเขาหรือพื้นที่ป่าที่มักเกิดไฟป่าบ่อยครั้ง ข้อมูลที่ได้รับจะถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลอย่างต่อเนื่อง

ภาพจำลองสถานการณ์ไฟป่าและการตรวจจับ

(ภาพนี้สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ DALL·E โดย OpenAI)

     การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์เหล่านี้ใช้เทคนิค “Machine Learning” หรือ การเรียนรู้ของเครื่อง ที่ช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และสร้างแบบจำลองจากข้อมูลจำนวนมาก เพื่อทำนายและตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ หนึ่งในวิธีที่นิยมใช้คือ “Decision Tree” หรือ ต้นไม้ตัดสินใจ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนการตอบคำถามตามลำดับเงื่อนไข เช่น หากค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินระดับที่กำหนด (121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ระบบจะพิจารณาว่าอาจเกิดไฟป่า แต่ถ้าค่าฝุ่นอยู่ในระดับกลาง ๆ ระบบจะดูข้อมูลค่าก๊าซ CO ประกอบด้วย ถ้าพบว่า CO เพิ่มขึ้นด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่ามีไฟป่าเกิดขึ้น

ภาพตัวอย่างการตรวจจับไฟป่าด้วย Decision Tree

     การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการควบคุมและลดมลพิษที่แหล่งกำเนิดเป็นอันดับแรก ระบบตรวจจับที่ทำงานแบบอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ติดตั้งได้ในพื้นที่ห่างไกล และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้การเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อสถานการณ์ทำได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยของชุมชนอย่างมีประสิทธิผล ระบบนี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการปัญหาไฟป่าและมลพิษ PM2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทยในระยะยาว

แหล่งที่มาข้อมูล

Lertsinsrubtavee, A., Kanabkaew, T., & Raksakietisak, S. (2023). Detection of forest fires and pollutant plume dispersion using IoT air quality sensors. Environmental Pollution, 338. https://doi.org/10.1016/j.envpol.2023.122701.


แชร์บทความนี้
Copy