Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่องทางติดตาม
Sorry, this page is not available in English yet. You are viewing the Thai version.
ธรรมศาสตร์ ผนึก ‘ซีพี’ ดันสร้าง ‘บัณฑิตพร้อมใช้ทันที’ พร้อมเชื่อมสินค้าชุมชนสู่ตลาด สร้าง ศก.

ธรรมศาสตร์ ผนึก ‘ซีพี’ ดันสร้าง ‘บัณฑิตพร้อมใช้ทันที’ พร้อมเชื่อมสินค้าชุมชนสู่ตลาด สร้าง ศก.

Featured Stories 3 พ.ย. 2569
หน้าหลัก ธรรมศาสตร์ ผนึก ‘ซีพี’ ดันสร้าง ‘บัณฑิตพร้อมใช้ทันที’ พร้อมเชื่อมสินค้าชุมชนสู่ตลาด สร้าง ศก.

ธรรมศาสตร์ จับมือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงนาม MOU ต่อยอดความร่วมมือ 4 ด้าน “ฝึกงานในภาคธุรกิจ-วิจัยด้านไมโครไบโอม-พัฒนาหลักสูตรอุตสาหกรรมอนาคต-เชื่อมผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาด”

     เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และ คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. การฝึกงานและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา 2. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านไมโครไบโอม (จุลินทรีย์ในร่างกาย) 3. การพัฒนาหลักสูตรสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และ 4. การเชื่อมผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาด ภายใต้เป้าหมาย สนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของธุรกิจและชุมชน ควบคู่ไปกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ยกระดับสุขภาพของผู้คน ตลอดจนสร้างองค์ความรู้เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน

     สำหรับรายละเอียดของความร่วมมือทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1. การฝึกงาน ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันออกแบบการฝึกประสบการณ์ให้นักศึกษาจากหลากหลายสาขาได้เรียนรู้ในธุรกิจต่าง ๆ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงโครงการ Retail Titan Sandbox ในธุรกิจ Lotus’s Go Fresh ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสัมผัสการดำเนินธุรกิจจริง เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจงาน เข้าใจผู้คน และพร้อมปรับตัวก่อนก้าวสู่ตลาดแรงงาน

     2.การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มธ. และเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะร่วมกันส่งเสริมการวิจัยด้านไมโครไบโอม และสร้างฐานข้อมูลของประชากรไทย เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไมโครไบโอมกับสุขภาพและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน โรคมะเร็งท่อน้ำดี ฯลฯ โดยองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจะช่วยต่อยอดสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน บริการตรวจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงของโรค

     3.การพัฒนาหลักสูตรสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร Food for Longevity เพื่อสร้างความรู้และทักษะด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและอายุยืนยาว และหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์นานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะสนับสนุนด้าน

     แหล่งฝึกปฏิบัติงาน การวิจัยและนวัตกรรม และหลักสูตรเพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต อาทิ ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

     4.การเชื่อมผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาด (Community to Market) ทางธรรมศาสตร์จะนำองค์ความรู้มาช่วยยกระดับคุณภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับชุมชน พร้อมเชื่อมผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดผ่านเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยจะครอบคลุมทั้งการยกระดับมาตรฐาน การจับคู่ผลิตภัณฑ์กับตลาด การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน

     ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า ธรรมศาสตร์กับเครือเจริญโภคภัณฑ์มีความผูกพันกันมายาวนาน โดยมีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งการ MOU ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในการสร้างกำลังคน ผ่านการทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการฝึกงานกับภาคธุรกิจ เพื่อให้มีความพร้อมทันทีเมื่อออกสู่ตลาดแรงงาน ไปจนถึงการเชื่อมความร่วมมือให้ครอบคลุมถึงการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน ผ่านการนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาประกอบกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

     ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม ขณะที่เครือเจริญโภคภัณฑ์มีเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับชุมชนในวงกว้าง จึงเชื่อมั่นว่าการนำศักยภาพของทั้งสองฝ่ายมาทำงานร่วมกันจะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผลจากการลงนามในวันนี้จะปรากฏให้เห็นผ่านนักศึกษาที่เติบโต งานวิจัยที่ถูกนำไปใช้ หลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคต และชุมชนที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น

     ด้าน คุณสุภกิต กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนและองค์ความรู้คือรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการร่วมมือกับธรรมศาสตร์ครั้งนี้จะช่วยเชื่อมความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับศักยภาพของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอาหารเพื่อสร้างอายุที่ยืนยาว ซึ่งหากได้ทำงานร่วมกันแล้วต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนในวงกว้าง


แชร์บทความนี้
Copy