Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาจารย์ มธ. ชูโมเดล SESS สร้างสุขภาวะทางเพศ โอบรับความหลากหลาย เสริมพลังเยาวชนไร้ตีตรา

อาจารย์ มธ. ชูโมเดล SESS สร้างสุขภาวะทางเพศ โอบรับความหลากหลาย เสริมพลังเยาวชนไร้ตีตรา

Academic Corner 10 ก.ค. 2569
Home » อาจารย์ มธ. ชูโมเดล SESS สร้างสุขภาวะทางเพศ โอบรับความหลากหลาย เสริมพลังเยาวชนไร้ตีตรา

ถอดงานวิจัยของอาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับการยกระดับสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นอย่างได้ผล ด้วยโมเดล SESS

     สังคมไทยในปัจจุบัน ได้มีก้าวสำคัญในการตระหนักรู้ถึงสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองในมิติทางสังคมและวัฒนธรรมแล้ว มิติหนึ่งที่เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตมนุษย์อย่างยั่งยืนคือ “สิทธิเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศ (Sexual and Reproductive Health and Rights)” ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย และทุกเพศวิถี พึงได้รับความคุ้มครองอย่างรอบด้าน ปลอดภัย เสมอภาค และไร้ซึ่งการตีตรา

     ในฐานะนักวิชาการด้านสาธารณสุข อาจารย์ ดร.จุน หน่อแก้ว อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า สังคมไทยควรร่วมกันทบทวน ขจัดช่องว่าง และสร้างสรรค์แนวปฏิบัติทางสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัย (Safe Sex Practices) ที่สามารถบูรณาการเข้ากับวิถีชีวิตและเพศวิถีที่หลากหลายของเยาวชนไทยได้อย่างแท้จริง

ความท้าทายในปัจจุบันและการเคารพสิทธิในการตัดสินใจ

     แม้ว่าประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 แต่ในภาคปฏิบัติยังคงพบช่องว่างอยู่มาก โดยเฉพาะในระบบการศึกษาที่หลักสูตรเพศวิถีศึกษามักเน้นย้ำเพียง “ผลกระทบเชิงลบ” เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ละเลยมิติสำคัญในเรื่องของ สิทธิในการตัดสินใจและเนื้อตัวร่างกาย (Consent) สุขภาพทางอารมณ์ และความหลากหลายทางเพศ (Gender Identity)

     อาจารย์ ดร.จุน ชี้ให้เห็นว่า การปกป้องเยาวชนที่ถูกต้อง ไม่ใช่การตีกรอบหรือปิดกั้น แต่คือการส่งเสริม “สิทธิในการตัดสินใจอย่างรอบรู้” โดยปราศจากการตีตรา (Non-stigmatization) เพื่อให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตร (Adolescent-friendly health services) และกล้าที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อเกิดปัญหา โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกตัดสินจากค่านิยมของสังคมเดิม ๆ

รูปแบบ SESS ถอดบทงานวิจัยสู่แนวคิดการเสริมพลังและเครือข่ายดิจิทัล

     เพื่อตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าว อาจารย์ ดร.จุน หน่อแก้ว และคณะผู้วิจัยได้พัฒนาและเผยแพร่งานวิจัยเรื่อง SESS Model for Adolescent Sexual Health Promotion: A Quasi-Experimental Two-School Evaluation in Thailand” ในวารสารวิชาการระดับสากล International Journal of Environmental Research and Public Health (ปี 2025) ซึ่งพบว่าการยกระดับสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นอย่างได้ผล ไม่สามารถอาศัยเพียงการบรรยายในห้องเรียนได้ แต่ต้องใช้กรอบแนวคิดแบบพหุมิติที่เรียกว่า SESS Model ซึ่งประกอบด้วย

     1. System approach (ระบบการประสานงาน) วิเคราะห์ระบบที่เป็นอยู่ การเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา สาธารณสุขชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างกลไกการส่งต่อและการดูแลที่มีประสิทธิภาพ

     2. Empowerment (การเสริมสร้างพลัง) การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ให้วัยรุ่นเป็นศูนย์กลาง ผ่านการจัดเวิร์กชอป การจำลองสถานการณ์ (Role-play) และการสะท้อนคิด เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้เท่าทันในการปกป้องสิทธิ์ของตนเอง

     3. Support (ระบบสนับสนุน) การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน เช่น ศูนย์ที่เป็นมิตรต่อวัยรุ่น และการสนับสนุนจากครูและบุคลากรทางการแพทย์

     4. Social Network (เครือข่ายสังคมออนไลน์) การนำแพลตฟอร์มดิจิทัลที่วัยรุ่นใช้งานเป็นประจำ เช่น Facebook และ LINE มาใช้เป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีครูและแกนนำเยาวชนช่วยดูแลร่วมกัน

     ผลการวิจัยเชิงทดลองเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15–19 ปี ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โรงเรียนที่ใช้รูปแบบ SESS ช่วยให้เยาวชนมีระดับการรับรู้ (Perception Scores) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก $18.33$ เป็น $32.00$) และที่สำคัญยิ่งคือ มีคะแนนพฤติกรรมการป้องกัน (Preventive Practices) ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งไม่พบรายงานการตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มที่เข้าร่วมโปรแกรมตลอดช่วงเวลาการติดตามผล

     สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเยาวชนได้รับ “พลัง (Empowerment)” และมี “ระบบสนับสนุน (Social Support)” ที่เป็นมิตร พวกเขาจะสามารถเลือกแนวปฏิบัติทางเพศที่ปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับวิถีทางเพศของตนเองได้

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสังคมที่ปลอดภัยอย่างรอบด้าน

     อาจารย์ ดร.จุน เน้นย้ำถึงข้อเสนอแนะ 3 ประการ เพื่อนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศอย่างรอบด้านสำหรับเยาวชนทุกเพศวิถีในสังคมไทย

     1. ยกระดับพื้นที่บริการให้เป็นมิตรและไร้การตีตรา สังคมต้องร่วมกันสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ทั้งในสถานศึกษา โรงพยาบาล และชุมชน เพื่อรองรับความหลากหลายทางเพศ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงถุงยางอนามัย การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) และการปรึกษาเรื่องสุขภาวะทางเพศได้อย่างมีศักดิ์ศรี

     2. บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบบริการ วัยรุ่นยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยโลกออนไลน์ หน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาจึงจำเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ตรงจุด และรักษาความลับของผู้รับบริการ เพื่อลดปัญหาการหลงเชื่อข้อมูลที่ผิดพลาด

     3. ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของเยาวชน (Youth-led initiatives) การเปิดโอกาสให้แกนนำเยาวชน รวมถึงเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบสื่อและกิจกรรมเพศวิถีศึกษา จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และการยอมรับในกลุ่มเพื่อนด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน

     “ความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ (Pride) จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเยาวชนทุกเพศวิถีได้รับการคุ้มครองสิทธิ มีสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัย และเข้าถึงระบบบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะปรับเปลี่ยนมุมมองจากการควบคุม มาเป็นการเสริมพลัง (Empowerment) เพื่อสร้างสังคมไทยที่เป็นมิตร โอบรับ และปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง” อาจารย์ ดร.จุน กล่าวสรุป


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content