Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘โปเต้–เวชกร’ นักศึกษาสังคมสงเคราะห์ มธ. กับหัวใจจิตอาสาแบบธรรมศาสตร์ ที่เติบโตผ่าน ‘การลงมือทำ’

‘โปเต้–เวชกร’ นักศึกษาสังคมสงเคราะห์ มธ. กับหัวใจจิตอาสาแบบธรรมศาสตร์ ที่เติบโตผ่าน ‘การลงมือทำ’

People & Life 27 เม.ย. 2569
Home » ‘โปเต้–เวชกร’ นักศึกษาสังคมสงเคราะห์ มธ. กับหัวใจจิตอาสาแบบธรรมศาสตร์ ที่เติบโตผ่าน ‘การลงมือทำ’

ชวนพูดคุยกับ โปเต้ – เวชกร จิตร์ฉาย นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงการทำงานเพื่อสังคมที่อาจไม่ได้เริ่มจากแรงบันดาลใจ แต่อาจเริ่มจากความสุขเล็ก ๆ ที่ได้ลงมือทำเพื่อผู้อื่น

     การทำงานเพื่อสังคมอาจไม่ได้เริ่มจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากความสุขเล็ก ๆ ที่ได้ลงมือทำเพื่อผู้อื่น

โปเต้ – เวชกร จิตร์ฉาย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความตั้งใจผ่านการทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ด้วยหัวใจที่เข้าใจผู้คนและพร้อมรับฟังอย่างลึกซึ้ง จนได้รับรางวัล “เยาวชนคนต้นแบบ สาขาบำเพ็ญประโยชน์” จากสโมสรโรตารีจตุจักร ประจำปี 2568

     ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงรางวัล แต่คือบทพิสูจน์ของความพยายามเล็ก ๆ ที่เชื่อว่า ‘การลงมือทำ’สามารถสร้างความหมายและการเปลี่ยนแปลงได้จริง สะท้อน ‘ความเป็นธรรมศาสตร์’ ในฐานะสถาบันที่เชื่อว่า ‘การศึกษา’ ต้องเชื่อมโยงกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้

     ผมเริ่มทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมตั้งแต่ตอนช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย จนตอนนี้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังรักและชื่นชอบในการทำกิจกรรม รางวัลนี้จึงเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผมมาก ๆ เพราะผมส่งผลงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยได้รับโอกาสในการรับรางวัล แต่ผมยังเชื่อเสมอว่า ‘แม้เรายังไม่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ แต่อย่างน้อยสิ่งที่เรายังทำได้คือการทำกิจกรรมที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนและสังคม’

     “ความพยายามที่ผ่านมา แม้มันจะไม่ได้ให้ผลลัพธ์ในทันที แต่สุดท้ายผลของความพยายามและความตั้งใจก็ทำให้เราได้เห็นครับว่า ‘ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในหนึ่งวัน แต่เกิดจากความพยายามเล็กน้อยของเราที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำในทุกวันครับ’”

การเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มีส่วนหล่อหลอมแนวคิดอย่างไร

     “ผมไม่ได้มีแรงบันดาลใจเป็นพิเศษ ไม่ได้มีบุคคลต้นแบบในงานด้านจิตอาสา แต่ผมแค่รู้สึกว่า ผมมีความสุขกับการที่ผมได้ลงมือทำบางอย่างเพื่อผู้คนเพื่อสังคมครับ”

     ผมมองว่า สิ่งที่ช่วยหล่อหลอมการทำงานเพื่อสังคมคือ ‘ทัศนคติ’ ที่มีต่อผู้คนและการรับฟังอย่างลึกซึ้ง ซึ่งการได้เรียนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัย          ธรรมศาสตร์ เราได้เรียนทฤษฎีและแนวคิดของมนุษย์ ทำให้ผมเข้าใจผู้คนมากยิ่งขึ้น และได้เรียนรู้ที่จะรับฟังผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง โดยเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้อื่นโดยไม่ตัดสินครับ และผมมองว่าสิ่งเหล่านี้ ‘คือหัวใจสำคัญในการทำงานกับคน’ และเมื่อเรามีหัวใจสำคัญที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างแท้จริง จะทำให้การทำงานขับเคลื่อนสังคมเกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนครับ

มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำ ‘มีความหมาย’ อย่างแท้จริง

     ผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในตำบลบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตัวผมเองก็เคยได้ประสบเหตุการณ์น้ำท่วมที่บ้านของตนเอง มันทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และไม่มีใครอยากเจอ ผมจึงขออาสาลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสิ่งที่ผมได้รับจากการลงพื้นที่ ผมได้เห็นใบหน้าและท่าทางของผู้คนที่สื่อออกมาถึงความดีใจ รอยยิ้ม และความรู้สึกขอบคุณจากผู้คน

     แต่ที่สำคัญการช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นการลงพื้นที่ที่ผมดีใจและภูมิใจมาก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้มีโอกาสช่วยพี่น้องประชาชนผ่านการลงมือทำจริง และผมเชื่อเสมอว่า การลงมือทำของคนคนหนึ่ง สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ครับ

หากอยากชวนคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาทำเพื่อสังคม ควรเริ่มจากอะไร

     เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันครับ อย่างการทิ้งขยะให้ถูกที่ หรือช่วยเก็บขยะเมื่อเราเห็น ซึ่งผมเชื่อว่า ‘หากเราได้ทำในสิ่งที่มีความสุข เราจะสามารถทำมันได้ในระยะยาวครับ’ เราต้องตั้งเป้าหมายและมีจุดมุ่งหมายในสิ่งที่จะทำ หากเรามีเป้าหมายแล้ว ไม่ว่าเราจะลงมือทำอะไรก็ตามแต่ เราจะสนุกและหลงรักในสิ่งที่ทำ หลังจากนั้นค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ เพียงแค่เราปรับมุมมองเปรียบเสมือนเป็น Mission ที่เราต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนครับ


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content