Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ธรรมศาสตร์’ สร้างวัฒนธรรมองค์กรโปร่งใส ผ่าน TU Good Governance 2026 มุ่งสู่องค์กรธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

‘ธรรมศาสตร์’ สร้างวัฒนธรรมองค์กรโปร่งใส ผ่าน TU Good Governance 2026 มุ่งสู่องค์กรธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

Featured Stories 29 มิ.ย. 2569
Home » ‘ธรรมศาสตร์’ สร้างวัฒนธรรมองค์กรโปร่งใส ผ่าน TU Good Governance 2026 มุ่งสู่องค์กรธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

‘ธรรมศาสตร์’ สร้างวัฒนธรรมองค์กรโปร่งใส ผ่าน TU Good Governance 2026 มุ่งสู่องค์กรธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

     สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสภาพนักงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการ TU Good Governance 2026 Responsible Use of Government Property and Ethical Acceptance of Gifts “หลักการในการใช้ทรัพย์สินราชการ และการรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ และจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพย์สินราชการและการรับทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

     ศ. ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในการใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบ ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และจริยธรรมในการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันจะช่วยป้องกันความขัดกันแห่งผลประโยชน์และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เข้าสู่การเป็นองค์กรธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม และการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในวันนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

     โดยมีการบรรยายในหัวข้อ “หลักการใช้ทรัพย์สินราชการ” จาก คุณนัทธี ฤทธิ์ดี ผู้อำนวยการกองนิติการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรบรรยายที่ได้ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ โดยนำเสนอ “เข็มทิศ 8 ประการ” ซึ่งเป็นหลักพิจารณาสำคัญก่อนการตัดสินใจใช้ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

     ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานควรพิจารณาเบื้องต้นว่า การดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ ควรดำเนินการหรือไม่ และมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ โดยอาศัยหลักการทั้ง 8 ประการเป็นแนวทางสำคัญในการตัดสินใจ ได้แก่ 1. หลักความถูกต้องตามกฎหมาย 2. หลักประโยชน์ของมหาวิทยาลัย 3. หลักความคุ้มค่า 4. หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 5. หลักความรับผิดชอบ 6. หลักการป้องกันความเสี่ยง 7. หลักการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และ 8. หลักความยั่งยืน

     นอกจากนั้นแล้ว วิทยากรยังได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของบุคลากร ว่าสิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ การศึกษาและทำความเข้าใจระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรอบด้าน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและหน่วยงานกำหนด ทั้งนี้ ได้มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดถือระเบียบและข้อบังคับเป็นหลักในการปฏิบัติงาน มากกว่าการอาศัยการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะ “พี่สอนน้อง” เพียงอย่างเดียว แม้ว่าการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานรุ่นพี่จะเป็นประโยชน์ในด้านการเรียนรู้งานและสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานเบื้องต้น แต่หากขาดการตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องได้ นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานไม่ควรอ้างอิงเพียงคำบอกเล่าหรือความเข้าใจที่สืบทอดกันมา แต่ควรศึกษาหลักเกณฑ์ ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้

     รวมถึงการบรรยายหัวข้อ “หลักการรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” โดย รศ. ดร.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้อธิบายถึงสถานะทางกฎหมายของบุคลากรในมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยชี้ให้เห็นว่าพนักงานมหาวิทยาลัย แม้จะมิใช่ “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นเดียวกับข้าราชการ แต่ยังคงมีสถานะเป็น “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” และ “เจ้าพนักงานของรัฐ” ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงอยู่ภายใต้บทบัญญัติและความรับผิดตามกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน

     วิทยากรยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาทิ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การรับสินบน การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการมีส่วนได้เสียในสัญญาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเอง พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาและคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่ไม่เหมาะสม

     นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นกฎหมายที่วางหลักห้ามไม่ให้เจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์
อันควรได้ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการทุจริตและการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ได้เฉพาะที่กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับกำหนด หรือเป็นการรับตามธรรมจรรยาภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งปัจจุบันกำหนดมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดทางอาญาและได้รับโทษตามกฎหมาย


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content