Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่องทางติดตาม
Sorry, this page is not available in English yet. You are viewing the Thai version.
‘อัตลักษณ์ข้าวไทย’ สู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก ‘ธรรมศาสตร์’ ปักหมุดมรดกวัฒนธรรมใน Thai Festival in Moscow 2026

‘อัตลักษณ์ข้าวไทย’ สู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก ‘ธรรมศาสตร์’ ปักหมุดมรดกวัฒนธรรมใน Thai Festival in Moscow 2026

News & Events 6 ส.ค. 2569
หน้าหลัก ‘อัตลักษณ์ข้าวไทย’ สู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก ‘ธรรมศาสตร์’ ปักหมุดมรดกวัฒนธรรมใน Thai Festival in Moscow 2026

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมขับเคลื่อนมรดกวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ผ่านการเข้าร่วมงาน Thai Festival in Moscow 2026

     เมื่อองค์ความรู้ทางวิชาการไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่มุ่งหน้าสู่การสร้างผลกระทบในระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย คณะศิลปศาสตร์ ได้นำศักยภาพด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มาร่วมขับเคลื่อนมรดกวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ผ่านการเข้าร่วมงาน Thai Festival in Moscow 2026 ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ Hermitage Garden กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย

     งานครั้งนี้จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย โดย รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เดินทางไปพร้อมกับตัวแทนคณะศิลปศาสตร์ มธ. เข้าร่วมงาน และนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม

ทำไมต้องเป็น ‘ข้าวไทย’ ในเวทีรัสเซีย?

     ชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยจะคุ้นเคยกับประเทศไทยผ่านการท่องเที่ยว ภาษาไทย และอาหารไทย รวมถึงรู้จักข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวมะม่วง แต่หลายคนยังไม่ทราบว่าประเทศไทยมีข้าวพื้นเมืองและข้าวสี หลากหลายชนิด รวมถึงข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่สะท้อนภูมิประเทศ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น เช่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

     ด้วยเหตุนี้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงจัดนิทรรศการ “Amazing Thai Rice: More Than Just Rice” เพื่อใช้ ‘ข้าว’ เป็นประตูสู่การเรียนรู้ประเทศไทย ไม่เพียงนำเสนอความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าว แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่เรื่องราวของภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

     จากเรื่องราวของข้าวไทย นิทรรศการยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ GI และภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ ผ้าหม้อห้อมแพร่ รวมถึงร่วมกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนไทย เพื่อเผยแพร่คุณค่าของอัตลักษณ์ไทยและสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) สู่เวทีนานาชาติ

     ผศ. ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล่าถึงเบื้องหลังแนวคิดและการถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า คณะศิลปศาสตร์มีความเชี่ยวชาญที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวเหล่านี้เข้าด้วยกัน และยังมีความผูกพันกับรัสเซียมายาวนาน ผ่านการเรียนการสอนด้านภาษา วรรณคดี และรัสเซียศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกัน เรายังมีองค์ความรู้ด้านภูมิศาสตร์และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จึงนำความเชี่ยวชาญทั้งสองด้านมาบูรณาการ โดยใช้ ‘ข้าวไทย’ เป็นจุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องประเทศไทย ก่อนจะเชื่อมโยงไปสู่ภูมิประเทศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ GI จากภูมิภาคต่าง ๆ เราไม่ได้ต้องการเพียงนำสินค้าไทยไปจัดแสดง แต่ต้องการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้ระหว่างประเทศไทยและรัสเซียผ่านวัฒนธรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ สำหรับเรา ข้าวไม่ใช่เพียงอาหาร แต่เป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศไทย

สัมผัสวิถีไทยผ่าน Experience-based Engagement

     เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมงาน คณะศิลปศาสตร์ มธ. ได้ออกแบบพื้นที่นิทรรศการให้มี interactive activity ที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย

1. Amazing Thai Rice Showcase: โซนจัดแสดงพันธุ์ข้าวไทยหลากหลายสีสัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ชิม ดม และสัมผัสเมล็ดข้าวประเภทต่างๆ

    2. Rice Heritage Creative Workshop: กิจกรรมระบายสีบนเครื่องจักสานไทย เช่น กระติ๊บข้าว กระด้ง และพัด ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากเด็กๆ และชาวรัสเซีย

    3. Thai Indigo from Phrae: การจัดแสดงและจำหน่ายผ้าย้อมคราม ย้อมสีธรรมชาติจากจังหวัดแพร่ ชูจุดเด่นเรื่องงานหัตถกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Craft)

           นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ดึงกลุ่มนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวรัสเซียที่เคยมาเรียนภาษาไทยที่ มธ. มาร่วมทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำสินค้าและถ่ายทอดเรื่องราว (Presenters) ซึ่งช่วยสะพานเชื่อมกำแพงภาษาและสร้างมิตรภาพระหว่างสองวัฒนธรรมได้อย่างแน่นแฟ้น

      สะพานเชื่อมวัฒนธรรมและการเปิดรับ Soft Power ยุคใหม่

           การขับเคลื่อนวัฒนธรรมในระดับสากลของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบเดิม ๆ แต่ยังมองไปถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่และการเปิดกว้างรับความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความสนใจของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

           ผศ. ดร.ศิริรัตน์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทและเจตนารมณ์ของสถาบันในการส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่สากลว่า บทบาทของธรรมศาสตร์ คือการเป็นสถาบันที่ต้อนรับนักศึกษาและผู้สนใจจากทั่วโลก เราไม่ได้มอง Soft Power แค่เรื่องนาฏศิลป์หรือโขนแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่เรามองเห็นความสนใจของคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมซีรีส์ Y อุตสาหกรรมบันเทิง อาหาร และการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ จึงมีทั้งโครงการ Summer School และหลักสูตร Tailor-made ที่พร้อมปรับเปลี่ยนตามความต้องการของคู่ความร่วมมือจากต่างชาติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มาสัมผัสวัฒนธรรมไทยทั้งในเชิงวิชาการและการลงมือปฏิบัติจริง เราพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการนำมรดกทางวัฒนธรรมไทยออกสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

           การเข้าร่วมงาน Thai Festival in Moscow 2026 ของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพิสูจน์ให้เห็นว่า องค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้า GI และวิถีชีวิตไทย ให้กลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลังในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม


      แชร์บทความนี้
      Copy