‘TU GPT’ เครื่องมือ AI เพื่อ ‘บุคลากรธรรมศาสตร์’ ยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้
Featured Stories 15 ก.ค. 2569
แชร์บทความนี้
การพัฒนา TU GPT เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องการส่งเสริมให้บุคลากรสามารถปรับตัวและใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนา TU GPT เป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ที่ต้องการส่งเสริมให้บุคลากรสามารถปรับตัวและใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน ผ่านการอบรมและการสนับสนุนให้แต่ละหน่วยงานนำ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับลักษณะงานของตนเอง

รศ. ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า TU GPT เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดให้บุคลากรสามารถเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำ อาทิเช่น OpenAI และ Claude ได้ในเวอร์ชันล่าสุด โดยในระยะแรก TU GPT จะรองรับการใช้งานด้านข้อความ (Text-based AI) เป็นหลัก จึงยังไม่สามารถรองรับการสร้างภาพด้วย AI แต่หากในอนาคตมีความต้องการใช้งานมากขึ้น มหาวิทยาลัยก็พร้อมพิจารณาขยายขีดความสามารถเพิ่มเติม
“AI ที่ใช้งานฟรีในปัจจุบันมักมีข้อจำกัด ทั้งจำนวนครั้งในการใช้งาน ระยะเวลาที่ต้องรอก่อนใช้งานต่อ รวมถึงโมเดลที่เปิดให้ใช้ฟรีไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด ขณะที่ TU GPT เปิดให้บุคลากรเข้าถึงโมเดล AI รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และตอบคำถามที่แม่นยำกว่า และให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากกว่า จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ AI ในการทำงานอย่างจริงจัง”

TU GPT มุ่งเน้นการใช้งานของบุคลากรเป็นหลัก ขณะที่นักศึกษามีเครื่องมืออย่าง Microsoft Copilot รองรับอยู่แล้ว ส่วนด้านข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ระบบจัดเก็บเฉพาะข้อมูลการใช้งานในภาพรวม เพื่อนำใช้ไปวิเคราะห์และพัฒนาระบบเท่านั้น ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และไม่สามารถนำข้อมูลไปติดตามการใช้งานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
รศ. ดร.จิรพล กล่าวเสริมว่า เป้าหมายสำคัญของเฟสถัดไป คือการผลักดันให้แต่ละหน่วยงานนำ AI ไปช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานของตนเอง โดยขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม AI กลาง ที่จะช่วยสร้าง AI Assistant หรือ Chatbot ของตนเองได้ ด้วยการนำเอกสาร คู่มือ ระเบียบ หรือองค์ความรู้ภายในเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับ AI เมื่อมีผู้ใช้งานสอบถาม ระบบจะดึงข้อมูลจากเอกสารที่หน่วยงานเตรียมไว้มาใช้ในการตอบคำถามได้ทันที
นอกจากการผลักดันเรื่อง AI แล้ว มหาวิทยาลัยยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานในยุคดิจิทัล

“AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรเริ่มต้นในเวลาใกล้เคียงกัน หากบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถเรียนรู้และนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้เร็วกว่า ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความคล่องตัว และเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยในระยะยาว โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ ใช้งาน TU GPT ได้แล้วที่ https://tugpt.tu.ac.th/ ” รศ. ดร.จิรพล กล่าวทิ้งท้าย