Skip to content

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ธรรมศาสตร์ ร่วมมือ สสส. ขับเคลื่อน ‘มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต’

ธรรมศาสตร์ ร่วมมือ สสส. ขับเคลื่อน ‘มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต’

News & Events 20 ก.พ. 2567
Home » ธรรมศาสตร์ ร่วมมือ สสส. ขับเคลื่อน ‘มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต’

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ขับเคลื่อนโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต สร้างเสริมสุขภาพกายและใจที่ดีให้กับประชาคมธรรมศาสตร์

     เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม Mental Health check-up Day ณ อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ 1 (ตึก SC1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

     กิจกรรม Mental Health Check-Up Day เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต (Future wellness University) ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงการมีสุขภาวะทางจิตที่ดี และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานผู้ให้บริการทางสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นจุดตั้งต้นของการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ เครือข่าย และการบริการสังคม เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยร่วมกัน

     ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มธ. กล่าวรายงาน และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

     ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต โดยมีกองทรัพยากรมนุษย์ และกองกิจการนักศึกษา เป็นหน่วยงานหลักร่วมขับเคลื่อนเพื่อดำเนินงานเชิงนโยบาย จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ รวมไปถึงการยกระดับและพัฒนาแอปพลิเคชัน TU Greats ด้วยส่วนต่อขยาย Future Wellness Extension สำหรับการให้บริการส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบ Online – On site Service Integration เพื่อรองรับความต้องการรับบริการด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

     รศ.เกศินี กล่าวว่า การส่งเสริมให้ประชาคมชาวธรรมศาสตร์มีสุขภาวะที่ดีเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ในการทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในรั้วธรรมศาสตร์ได้อย่างมีความสุข โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในทุกมิติผ่านการดำเนินงานด้านนโยบาย รวมไปถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ

     ด้าน คุณพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการสร้างเสริมสุขภาวะในมหาวิทยาลัยว่า สถาบันการศึกษาควรเป็นพื้นที่ผลิตบัณฑิตที่พร้อมทั้งกายและใจสู่สังคม ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตทั้งในระดับโลกและประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นและรุนแรงมากขึ้น ด้วยภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงในสังคม

     “ผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีศักยภาพและความพร้อม ทั้งด้านองค์ความรู้ คณาจารย์ นวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย เวลาพูดถึงเรื่องสุขภาพ คนมักจะนึกถึงแพทย์ แต่จริง ๆ แล้ว ทุกคน ทุกภาคส่วนมีความสำคัญในการสร้างสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม”

     ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “คำถามที่พบบ่อยกับการใช้ยาจิตเวช” โดย อาจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกช กังวาลทัศน์ ผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน โอสถโดม และอาจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงปวลี   เนียมถาวร

     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาสุขภาวะดี ในหัวข้อ “ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต” บริเวณห้อง Asia-Pacific Resource Center เป็นการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของมหาวิทยาลัย ระหว่างประชาคมธรรมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร รวมไปถึงนักศึกษาที่ให้ความสนใจ

     ในงานเสวนา ผศ.รณภูมิ สามัคคีคารมย์ รักษาการคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สิ่งที่กำหนดสุขภาพของมนุษย์กว่า 70 เปอเซ็นต์มาจากระบบนิเวศ หรือก็คือสังคม สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา รองลงมาคือพฤติกรรมในการใช้ชีวิต และการส่งต่อทางพันธุกรรม แล้วมหาวิทยาลัยทำอะไรได้บ้าง

     “มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็น ‘ผู้อำนวย’ ที่เอื้อให้ประชาคมมีสุขภาพที่ดี อย่างเช่น การทำให้บุคลากรและนักศึกษาสามารถเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพได้ดีขึ้น การส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกภาคส่วนภายในมหาวิทยาลัยหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะที่ดี โดยเทรนด์สุขภาพของคนรุ่นใหม่มีความเฉพาะที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์รายบุคคลในระดับพฤติกรรมได้ด้วย”

     ด้าน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า ปัญหาด้านจิตใจ ความเครียด เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเหล่านี้คือการปรับสมดุลในการใช้ชีวิต ลดความกดดัน ลดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีผลอย่างมากที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ นอกจากการปรับวิถีการใช้ชีวิต ปรับพฤติกรรมของเราแล้ว มหาวิทยาลัยควรมีการสร้างระบบคัดกรองที่ดีที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือคนที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง

     “มหาวิทยาลัยสุขภาพดีต้องไม่วิ่งตามใคร ไม่แข่งขันกับใคร เราต้องโฟกัสที่ความสุขของผู้คนในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นหลัก ต้องส่งเสริมให้ทั้งบุคลากรและนักศึกษามีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี”

     อาจารย์ ดร.ธันยพร สุนทรธรรม หัวหน้าโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต กล่าวว่า ปัญหาด้านสุขภาพมีความหลากหลาย ทั้งปัญหาที่อุบัติใหม่ หรือปัญหาเดิมที่มีอยู่ การร่วมแลกเปลี่ยน พูดคุยกันในวันนี้ทำให้เราเห็นปัญหาส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในรั้วธรรมศาสตร์ ซึ่งต่อไปมหาวิทยาลัยจะร่วมขับเคลื่อนผ่านการกำหนดแผนยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการมีสุขภาวะที่ดีของทั้งนักศึกษาและบุคลากร

     ทั้งนี้ กิจกรรม Mental Health Check-Up Day มีการให้บริการประเมินสุขภาวะจิตเบื้องต้น โดยความร่วมมือจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาจิตวิทยา และกลุ่ม Me Hug นอกจากนี้ยังมีบูธกิจกรรมการให้ความรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก คณะเภสัชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ Thammasat Well Being Center ศูนย์วีว่าชิตี้ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสตาร์ทอัพหมออาสา รวมไปถึงมีการจัดกิจกรรม Workshop สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าแห่งตน และส่งเสริมการมีสภาวะจิตใจที่ดี โดยความร่วมมือจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รวมทั้งบ้านพินทุ มูลนิธิบราห์มา กุมารีอีกด้วย


แชร์บทความนี้
Copy
Skip to content